ก่อนเข้าเรื่อง ... ถ้าใครยังไม่เห็นลูกชายเวอร์ชั่นมิโรติคที่หัวบล็อค F5 ด้วยนะจ๊ะ มี๊ ~~
===========================================
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
.
.
.
.

.
.
.
.
“แค่กๆๆ แค่กๆๆ แค่ก ... แค่ก”
ร่างเจ้าของเสียงไอหนักๆเริ่มนอนขดตัวเป็นกุ้งอยู่บนเตียงของตนเอง ผ้าห่มสีเทาถูกถีบไปกองอยู่ที่พื้น ร่างของเจ้าของเตียงเริ่มดิ้นไปมาด้วยความทรมานที่เกิดขึ้นภายในร่างกายบวกกับไหล่ซ้ายที่หลุดแล้วยังไม่ได้ทำการเข้าเฝือกและรักษา
“เจ็บ ... แค่กๆๆ เจ็บ มันเจ็บ ...” เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ยขึ้นมาเพียงครู่ก็ต้องเงียบลง ลำคอนั้นแห้งผากราวกับขาดน้ำมาหลายวัน “... แค่กๆๆ แค่กๆ”
ความทรมานแล่นริ้วไปตามร่างกายที่บอบช้ำจากบาดแผลการต่อสู้ที่ผ่านมา แผลเก่าที่ได้มาวันแรกหรือแม้แต่แผลเล็กๆที่ควรจะหายกลับยังสดใหม่เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่นาน เจ็บปวดทรมานเหมือนถูกมีดกรีดจากภายใน
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!”
“เปเช่ !!!” สิ้นเสียงกรีดร้องของเจ้าของชื่อ ร่างของพี่ชายฝาแฝดก็วิ่งถลาเข้ามาภายในห้องพักของเปเช่ทันทีด้วยหน้าตาที่ตื่นตระหนกแบบที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน ดวงตาภายใต้เส้นผมจับจ้องร่างน้องชายฝาแฝดของตนที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงด้วยความเจ็บปวด
สองขารีบก้าวเข้าประชิดเตียงแล้วจับร่างของเปเช่เอาไว้ไม่ให้ดิ้น เลือดจากบาดแผลซึมเปรอะมือทั้งสองของเขาทันที
“เม ... ริต” เอ่ยเรียกชื่อพี่ชายฝาแฝดของตนด้วยเสียงแหบแห้งจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม “อึ่ก แค่กๆๆ แค่กๆๆๆ”
ลิ่มเลือดสีเข้มกระอักออกมาจากริมฝีปากเรียวครั้งแล้วครั้งเล่าเยอะมากเกินกว่าปกติจนน่าใจหาย ดวงตานั้นปิดสนิทแต่แผ่นอกบางนั้นกลับขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับการหายใจที่ราวกับว่าหายใจเข้าไปเท่าไรก็รับอากาศเข้าไปไม่พอ ภาพที่เมริตกำลังเห็นชวนให้นึงถึงภาพของผู้เป็นมารดาซ้อนทับมาเลือนราง ลักษณะอาการที่เป็นเหมือนกันจนน่าตกใจ
“ไม่นะ ... เปเช่ เปเช่ทำใจดีๆเอาไว้” ความร้อนรนกัดกินจิตใจทำให้คนที่ใครๆก็รู้ว่าใจเย็นที่สุดไม่อาจอยู่เฉยๆได้
“อึ่ก ... !!!” ร่างบอบบางของเปเช่กระตุกเกร็งครั้งหนึ่งก่อนจะนอนนิ่ง มือหนายกขึ้นมาอังจมูกรับรู้ถึงลมหายใจอ่อนๆที่แผ่วเบาลงทุกทีๆแต่นี่ก็ทำให้เมริตโล่งใจมากกว่าท่าทางที่ทรมานของผู้เป็นน้องชายฝาแฝดมาก
เสียงถอนหายใจดังขึ้นทันทีเมริตเลือกจะเดินไปลากเก้าอี้มานั่งแทนที่จะใช้เวทมนต์ ตอนนี้เขาเหนื่อยกว่าที่จะหยิบไม้กายสิทธิ์มาตวัดใช้เวทมนต์หลังจากการต่อสู้จบลงทุกอย่างก็ดูเริ่มกลับมาเป็นปกติแต่ก็แค่ภายนอก จิตใจและร่างกายของคนหลายคนยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
...สู้เพื่อปกป้องคนสำคัญหรือสิ่งสำคัญ...
เขาคิดแบบนั้นเสมอและแน่นอนทุกๆคน ... ทุกๆคนก็ต่อสู้เพื่อคนสำคัญ สิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน ... ฝ่ายบุกก็สู้เพื่อคนสำคัญ ... แล้วทำไมบทสรุปสุดท้ายถึงเป็นการสูญเสีย ?? ทั้งที่ก็สู้เพียงเพื่อปกป้องคนสำคัญแท้ๆ
“ที่ผมร่วมสู้ผมไม่ได้ต้องการให้มันจบลงด้วยการสูญเสียสักหน่อย ...” นั่งก้มหน้านิ่งปล่อยให้ความเงียบงันไหลผ่านไปพร้อมกับกระแสเวลาเชื่องช้า จนกระทั่งเสียงๆหนึ่งดังขึ้นที่เตียงฝั่งตรงข้าม เจ้าของเรือนผมสีฟ้าซีดเงยขึ้นมองด้วยความสงสัยก่อนที่ดวงหน้าจะปรากฏความเหลอหลาออกมาเพียงเพราะ ... “ป๊ะป๋า ???????”
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่มีฐานะเป็น “พ่อ” ยิ้มทักทายลูกชายของตนด้วยท่าทางสบายๆไม่ทุกข์ไม่ร้อนอย่างเคยก่อนจะเลื่อนดวงตาสีอเมทิสต์อ่อนจนเกือบใสมองลูกชายอีกคนซึ่งนอนอยู่บนเตียง
“ป๊ะป๋ามาที่นี่ ... ทำไมน่ะครับ ??” เอื่อนเอ่ยถามออกไป ความรู้สึกไม่ค่อยดีก่อเกิดขึ้นทีละเล็กละน้อย ...ทำไมกันล่ะ ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าป๊ะป๋าจะมาทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาไม่ชอบใจสุดๆ...
“เมริต ...” คนเป็นพ่อเรียกลูกชายของตนด้วยน้ำเสียงที่เรียบขึ้นนิดหน่อยจากแต่ก่อน “ป๊ะป๋าอยากให้ลูกกลับ ...”
“ไม่ !!! ไม่ว่าป๊ะป๋าจะพูดอะไรผมก็ปฏิเสธครับ” สวนขึ้นมาทั้งที่ฝ่ายผู้เป็นพ่อยังพูดไม่ทันจบประโยคเสียด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดจบเขาก็พอจะเดาได้ ...ป๊ะป๋ากำลังจะทำอะไรบางอย่างกันเปเช่... “ป๊ะป๋าจะทำอะไรเปเช่ครับ ผมรู้ได้นะครับว่าป๊ะป๋าจะทำอะไรบางอย่างกับเปเช่ในตอนนี้ ผมไม่ยอมนะครับ !!!”
คนเป็นพ่อเลิกคิ้วประหลาดใจ น้อยครั้งนักที่ลูกชายแสนใจเย็นจะยืนกรานปฏิเสธอะไรกับเขาเหมือนเช่นครั้งนี้ ดวงตาสีอเมทิสต์อ่อนปรายมองเมริตเล็กน้อย “ถึงลูกจะยืนกรานอย่างนั้นแต่ป๊ะป๋าคงต้องปฏิเสธ ป๊ะป๋าต้องลบความทรงจำของเปเช่”
“ลบความทรงจำ !!!” ลุกพรวดยืนประจันหน้ากับคนเป็นพ่ออย่างไม่เกรงกลัว “ผมไม่ยอมครับ ผมไม่ยอมให้ป๊ะป๋าทำแบบนั้น !!!”
“เด็กดื้อจังนะลูกคนนี้ แต่ก่อนไม่ดื้อแบบนี้แท้ๆเลยนะลูกน่ะ” คนเป็นพ่อส่ายหน้าเบาๆ ขยับก้าวเข้าใกล้เตียงที่เปเช่นอนอยู่ทุกทีๆ
“ป๊ะป๋าครับ อย่าขยับใกล้มากไปกว่านี้นะครับ” แฝดคนพี่เอ่ยสั่งพ่อตัวเองเสียงเย็นเรียบบ่งบอกว่าในตอนนี้ความอดทนที่มีมากำลังพังทลายลงแล้ว ไม้กายสิทธิ์ถูกยกขึ้นแทนคำพูดขู่ใดๆ “ผมบอกให้หยุดครับ”
“คิดว่าป๊ะป๋ากลัวเหรอเมริต แล้วนั่นจะใช้เวทมนต์กับป๊ะป๋าหรอ ไม่ดีเท่าไรน้า” ทำเสียงทะเล้นชวนให้ลูกชายโมโหมากกว่าเก่า ฉีกรอยยิ้มท้าทางส่งมอบให้ลูกชายอย่างสนุกสนาน “ป๊ะป๋าไม่สนหรอกนะว่าเมริตจะค้านหรือไม่ แต่ป๊ะป๋าต้องทำ อ้อ ฝากบอกเจ้าหนุ่ม เอ่อออ เจ้าหนุ่มว่าที่ลูกเขยด้วยล่ะว่าเปเช่อาจไม่มีวันจำอะไรได้อีก อ่ะ ...”
แหวนทองคำขาวที่นิ้วนางข้างซ้ายของเปเช่ถูกถอดออกแล้วถูกส่งให้เมริต “บอกเจ้าว่าที่ลูกเขยว่าถ้าอยากพยายามก็ตามใจ ถ้าไม่อยากพยายามอีกรอบจะไปหาคนอื่นป๊ะป๋าก็ไม่ว่า นี่ไม่ใช่การทดสอบของป๊ะป๋าแต่ป๊ะป๋าแค่ไม่อยากให้เจ้าว่าที่ลูกเขยนั่นพยายามแบบไร้ความหวังเพราะป๊ะป๋าไม่รู้ว่าความรู้สึกจะถูกลบไปด้วยหรือเปล่า”
“ทำไมล่ะครับ ทำไมป๊ะป๋าถึงต้องลบความทรงจำของเปเช่ล่ะครับ ทั้งที่ตอนนี้เปเช่ก็มีควาทรงจำดีๆมากมายแล้วแท้ๆ” มือใหญ่กำแหวนทองคำขาวแน่นจนแหวนนั้นแทบจะเบี้ยวจากรูปทรงเดิม
“เรื่องนั้นเมริตไม่ต้องรู้หรอกลูก มันเป็นเหตุผลส่วนตัวของป๊ะป๋าเอง” น้ำเสียงที่เย็นเรียบอ่อนลงไปมาก
“ผมไม่ยอมให้ทำหรอก ...” ไม้กายสิทธิ์ยกขึ้นจ่อหน้าผู้เป็นพ่ออย่างไม่หวาดกลัว “เซอร์เพนซอ...”
“แล็งล็อก” เอ่ยดักด้วยน้ำเสียงเย็นเรียบอย่างที่เมริตไม่คุ้นเคย และด้วยผลของคาถาทำให้เมริตไม่สามารถร่างคาถาได้จบ เขาทำได้แต่จ้องมองไม้กายสิทธิ์ของผู้เป็นพ่อที่ไม่รู้ว่าหยิบมาตอนไหน “ไม่ดีเท่าไรนะ ป๊ะป๋าก็สอนบ่อยๆนี่นาว่าไม่สนับสนุนให้ลูกๆใช้คาถาศาสตร์มืดน่ะ ที่สอนเพราะเผื่อใช้ยามจำเป็นน้าเมริต”
“...” เพราะตอบไม่ได้จึงได้แต่จ้องนิ่งและแม้แต่ไม่เห็นดวงตาของลูกชายที่ถูกผมซีกขวาปิดไปแต่คนเป็นพ่อก็รู้ดีว่าเมริตจ้องมองตนด้วยสายตาแบบไหนอยู่
คนเป็นพ่อจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้เขารู้ดีว่าต่อไปเมริตจะทำอะไร และเป็นไปอย่างที่คาดลูกชายของเขาเลือกที่จะใช้เวทมนต์จากดวงตาข้างซ้ายที่มองไม่เห็นมาต่อกรกับเขา … ดวงตาที่ปกติจะปิดไว้เสมอตอนนี้ถูกเปิดขึ้นเผยให้เห็นสัญสักษณ์ในดวงตา สัญลักษณ์ที่อยู่ตรงด้ามไม้กายสิทธิ์อันเก่าของตัวเขาเอง
“จะใช้มันกับป๊ะป๋าเหรอ ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรอเมริตป๊ะป๋ายอมสละไม้กายสิทธิ์มาทำเป็นตาปลอมให้ลูกเชียวนะ จะใช้มันกับป๊ะป๋าน่ะหรอ หืมมมมม ??” รู้ว่าถามไปก็ไร้ซึ่งคำตอบเพราะเมริตโดนคาถาแล็งล็อกอยู่ คนเป็นพ่อหัวเราะเบาๆก่อนจะเปลี่ยนท่าทีมองด้วงสายตาเย็นเรียบอย่างนักล่า
...รอยยิ้มแสยะจนเห็นเขี้ยว...
...ริมฝีปากหยักเอ่ยเปล่งเสียงของคาถา...
“ครูซิโอ”
“!!!!!!” ความเจ็บปวดทรมานเกิดขึ้นทันทีที่ผู้เป็นพ่อเปล่งคาถาออกมาจากปากด้วยน้ำเสียงระดับเดียวกับการพูดคุยธรรมดา ร่างของเมริตทรุดลงนอนกับพื้นด้วยความทรมาน ...ไม่อยากเชื่อเลยว่าพ่อของเขาจะใช้คำสาปนี้ทั้งที่บอกพวกเขาเสมอๆว่ามันไม่ดี และที่สำคัญกว่านั้นยังใช้คาถานี้กับลูกแท้ๆของตัวเอง !!!...
เพราะความทรมานที่เกิดขึ้นทำให้เมริตไม่อาจจะทนได้ สุดท้ายดวงตาที่ลืมขึ้นมาก็จำต้องปิดลงช้าๆพร้อมกับร่างที่นอนนิ่งไป คนเป็นพ่อมองดูลูกตัวเองด้วยสายตาห่วงใยก่อนจะร่ายคาถา “ซีคเคอร์ซี่” เสียงแผ่วเบา
“ป๊ะป๋าขอโทษนะเมริตที่ต้องใช้มันกับลูก ไม่ต้องห่วงถ้าทุกอย่างมันจบลงความทรงจำของเปเช่จะกลับมาอย่างแน่นอน” บอกลูกชายที่สลบอยู่ด้วยเสียงที่อ่อนลงจากเดิน “ลิต ... พาเมริตไปส่งที่หอเรเวนคลอที ผมจะรีบจัดการทางนี้ให้เสร็จ” หันมาสั่งสัตว์เลี้ยงของตัวเองที่กลายเป็นคนแล้วจึงก้มมองร่างอีกร่างบนเตียงเปื้อนเลือด
มือหนาปัดกลุ่มผมที่ปิดซีกหน้าด้านซ้ายขึ้นอย่างเบามือที่สุดเผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวของผู้เป็นลูกชายได้อย่างเต็มตา ...ใบหน้าในตอนนี้ช่างเหมือนกับใบหน้าของ “เธอคนนั้น” จนน่าใจหาย คำสาปของเขาเลือกเหยื่อรายต่อไปแล้ว...
“เปเช่ ... ป๊ะป๋าขอโทษ ป๊ะป๋าไม่ได้ต้องการทำแบบนี้เลยแต่ ... เพราะป๊ะป๋ามันไม่ได้เรื่องเกินไปมันเลยเป็นแบบนี้ ป๊ะป๋าขอโทษ ...” จ้องมองลูกชายด้วยสายตาเจ็บปวด การลบความทรงจำของลูกชายตัวเองมันเป็นเรื่องยากแม้จะทำใจมาแล้วแต่เมื่อคิดถึงรอยยิ้มที่เมริตพูดออกมาเสียงที่จะใช้เอ่ยคาถาก็แห้งผาก
มือที่กำไม้กายสิทธิ์ค่อยๆจ่อชี้ไปยังร่างของเปเช่ ริมฝีปากหยักเปล่งเสียงเบาๆ “ออบลิวาอาเต้” ดวงตาสีอเมทิสต์ปิดลงช้าๆก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยแววตาเจ็บปวดเช่นเดิม เขาลบความทรงจำช่วงเวลา 12 ปีของลูกชายคนนี้จนหมดสิ้น ไม่สิ ... เกือบจะหมดต่างหากเพราะเขาเลือกที่จะเก็บบางส่วนเอาไว้ ...ความสุขของลูกชาย...
“ทนอีกหน่อยนะเปเช่ ป๊ะป๋าจะไม่ยอมให้คำสาปเกิดขึ้นแน่นอนแล้วก็ ... บางเรื่องที่เป็นความสุขพยายามนึกให้ออกล่ะ ...ซีคเคอร์ซี่” เอ่ยคาถารักษาอาการบาดเจ็บให้ลูกชายเสียงแผ่วก้มลงทาบริมฝีปากบนหน้าผากลูกชายอย่างอ่อนโยน “ป๊ะป๋ารักลูกนะ”
ยืนเต็มความสูงตัวเองอีกครั้งก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างแล้วกระโดดลงไปเสียดื้อๆโดยไม่มีการมองกลับมา
.................................................
...................................
.....................
............
......
..
.
“แกมาช้าไพน์ ฉันกับแกยังมีงานที่ต้องไปทำอีกไม่รู้หรือไง” เสียงแสนหงุดหงิดของคู่หูร่วมงานเรียกรอยยิ้มแต้มใบหน้าเจ้าของดวงตาสีอเมทิสต์เป็นอย่างดี “ยังมายิ้ม ฉันไปรับลูกยังไม่นานเท่าแกเลย”
“พอดีลูกชายอีกคนไม่อยากให้ป๊ะป๋าอย่างผมไปน่ะ สงสัยจะคิดถึง ฮะๆ” ไพนืหัวเราะร่วนไม่ได้บอกความจริงไปแต่ถึงยังไงเขาก็รู้อยู่แล้วว่าคู่หูคนนี้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นได้ “ไปกันเถอะอามี่ นายต้องพาลูกชายไปพักที่บ้านด้วยนี่นา”
“อามอนเฟ้ย อย่ามาเปลี่ยนชื่อคนอื่นนะแก” หันมาแยกเขี้ยวใส่คู่หูคู่แค้นของตัวเอง “แล้วแกลบความทรงจำของเปเช่ไปหมดแล้ว ...??”
“ลบไปเกือบหมดน่ะ มีบางส่วนที่ผมเลือกที่จะเก็บเอาไว้ ... แต่เปเช่จะนึกออกหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเด็กคนนั้น” หลับตาลงช้าๆ แค่นหัวเราะออกมาเสียงแผ่ว ...ถ้านึกออกก็ดีไปแต่ถ้านึกไม่ออก ... การจะได้เห็นลูกชายคนนั้นยิ้มอีกคงจะนาน...
“ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือไง ถ้าไม่ลบความทรงจำทั้งหมดทิ้งน่ะ ??”
ไพน์มองหน้าคู่หูตนก่อนจะยิ้มจางๆบ่งบอกด้วยสีหน้าว่าเขาเองก็ไม่มีทางเลือก “ถ้าไม่ทำ ... เปเช่ก็ไม่รอด” ดวงตาสีม่วงอ่อนหม่นแสงลง
“ฉันรู้แกไม่อยากให้มันซ้ำรอยกับภรรยาแกทั้งสองคน แล้วไอ้ว่าที่ลูกเขยแกล่ะจะทำยังไงถ้าเปเช่ลืมไปแล้ว ??”
“ผมฝากเมริตไปบอกแล้วถ้าพยายามได้ก็ตามใจ แต่ถ้าไม่อยากพยายามอีกรอบผมก็ไม่ว่าถ้าจะไปหาคนอื่นเพราะผมก็ไม่รู้ว่าความทรงจำของเปเช่ที่ผมเก็บเอาไว้จะกลับมาหรือเปล่า ... อ่าาาาาา ผมว่าเราไปกันดีกว่าไม่งั้นจะเสียเวลาทำงานนะอามี่จัง เสียเวลาช่วยเปเช่ด้วย ฮะๆ”
“เอ๊ะ ไอ้นี่ บอกว่าอามอนเฟ้ย อามอนๆๆ ไม่ใช่อามี่ !!!” แหวลั่นแล้วหันมาแยกเขี้ยวใส่อีกรอบหนึ่ง
“ฮะๆๆ ว่าแต่คิดถึงจังเลยน้าฮอกวอร์ตเนี้ย ถึงตึกสลิธีรินจะหายไปก็เถอะ ฮะๆๆ”
...ไพน์หันมองฮอกวอร์ตอีกครั้งก่อนที่ร่างของคนทั้งสองจะหายไป...
===========================================
อืมมมม เหมือนจะดราม่า ... แต่ก็เหมือนจะไม่
สรุปสั้นๆแบบไม่กี่บรรทัดฮะ ... สรุปแล้วคือ
เปเช่ ถูกป๊ะป๋าลบความทรงจำช่วงหนึ่งไปฮะ ความทรงจำเปเช่เลยมีถึงแค่ตอนเปเช่อายุ 5 ขวบเท่านั้น แต่มีบางส่วนที่ทำให้ลืมเท่านั้นคือส่วนที่ลืมต้องใช้เวลาฮะว่าเจ้าตัวจะนึกออกหรือไม่
ส่วน เอลฟด์ ถูกป๊ะป๋าตัวเอง(ลัก)พาตัวกลับไปที่บ้านเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายในเพราะใช้เวทมนต์มากเกินไป คาดว่าจะกลับมาฮอกวอร์ตตอนที่อาการดีขึ้นแล้ว (หรือคือตอนที่สนคุงหลุดพ้นจากโปรเจคใหญ่ของวิชาๆหนึ่งฮะหรืออาจกินเวลาไปจนถึงสิ้นสุดสอบกลางภาคฮะ //ซีด นานเกิน ... ไม่สิ ไม่นานเลยซักนิด TT[ ]TT)
อ๊ะ เอนทรี่นี้ตัวละครอื่นโผล่มาสองตัว เอ๊ย สองคน ... นั่นคือป๊ะป๋าของฝาแฝดและป๊ะป๋าของเอลฟด์นั่นเอง
เอาไว้จะมาแนะนำสองคนนี้ทีหลังนะฮะ (แค่แนะนำ ไม่เอาลง ew แน่นอนคิดว่านะ ฮะๆ)
รอบนี้ก็แปะภาพป๊ะป๋าไพน์และป๊ะป๋าอามี่ เอ๊ย อามอนสมัยยังเป็นเด็กฮอกวอร์ตไปก่อนแล้วกันเนอะๆ
เอ้าแปะ !!!

(ภาพใหญ่สะใจมาก หึหึ อย่าสนอนาโตมี่เบี้ยวเลย เห๊อะๆๆ) ภาพนี้คงเป็นตอนสมัยอยู่ปีหกล่ะมั๊ง
ลองทายสิคนไหนป๊ะป๋าไพน์ คนไหนป๊ะป๋าอามอน ... หึหึหึ เอ้า เฉลย
ป๊ะป๋าไพน์ – ผู้ชายผมขาวๆเทาๆด้านขวา อดีตเด็กสลิธีรินจ้ะ
ป๊ะป๋าอามอน – จะใครอีกล่ะก็ผู้ชายผมชมพูแดงๆด้านซ้ายน่ะสิ (คนที่เคะๆน่ะ //โดนสาป) อดีตเด็กกริฟฟินดอร์จ้ะ
สองคนนี้เพื่อนรักเพื่อนแค้นกันฮะตอนอยู่ฮอกวอร์ต ทำอะไรมักจะแข่งกันตลอด แข่งทุกเรื่องจริงๆนะ หึหึ
ปัจจุบันสองคนนี้ทำงานเป็นคู่หูกันฮะ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ ... เป็นความลับฮะ (ฮา จิ้นกันเอาเอง)
ปล. ไว้ว่างๆข้าจะวาดคอมมิคหรือแต่งฟิคคู่เน้ หึหึหึ
ปลล. ได้ข่าวว่าอามอนมีเมียแล้ว รักเมียมากด้วย (จริงรึ ??) (ใครจะรู้เมียอามอนมันสาววาย กร๊ากกกกก)
ปลลล. คู่นี้ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่ ... หาคำนิยามไม่ได้เพราะมันเป็นอะไรกันไม่รู้ กร๊ากกก
ปลลลล. เอลฟด์แม่มสวยได้พ่อนี่หว่า //โดนสาป
ปลลลลล. อยากจับลูกชายลงผี ลงบาร์เทนเดอร์ อยากได้ตุ๊กตาพรีเฟ็คเด็กสลิธีรินอ่ะตัวเธออออ
ปลลลลลล. //กลิ้งออกจากบล็อค หลุนๆๆๆๆ

ผีบล็อทั้งหลาย ออกมาทักทายกันหน่อยสิฮะ