[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Don’t cry n’ smile please

posted on 09 Jul 2014 00:24 by lukson-kun

[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Don’t cry n’ smile please

 

Paring: Neymar * Messi [Neymessi]

Note: แฟนฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นมาตามภาพวาดครับ แล้วก็อ่านไม่ผิด แฟนฟิคบอลโลกนี่ล่ะ แต่คู่นี้ก็ อืม ... ไม่มีให้เห็นในบอลโลกหรอก ฮะๆๆ แต่ในลีก ลาลีกา น่ะไม่แน่อาจได้เห็น ข้ามตอนกันนิดหน่อยเพราะตามภาพอื่นๆก็คงไม่มีอะไรมาก ก็แค่สเต็ปการแสดงความดีใจ กอดเอย อุ้มเอย ยีหัวเอย ฮะๆ ... คู่นี้เขาไม่มีอะไรจริงๆนะนี่เป็นแค่การจิ้น...

ปล. แฟนฟิคนี้เสริมเติมแต่งจินตนาการมโนเข้าไปนะครับ ลักษณะการพูดจาอาจไม่เหมือนกันเท่าไร แหม รัวสเปนรัวโปรตุเกสกันขนาดนั้นผมคงจะเข้าใจหรอกว่าปกติสองคนนี้เขาพูดกันแบบไหน Orzlll แต่ในความคิดพูดกันแบบนี้มันน่ารักดีน่ะ ฮะๆๆ

******************************************************************

 

“เนย์มาร์ได้บาดเจ็บ หมอบอกลงเล่นไม่ทันฟุตบอลโลกนัดที่เหลือ”

.
.
.
.
 

            ความรู้สึกแรกที่ได้ยินข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับรุ่นน้องร่วมสโมสรต่างดาว ลีโอเนล เมสซี กองหน้าที่พ่วงตำแหน่งกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ายอมรับเลยว่าเหมือนมีใครเตะบอลอัดใส่อกจนจุก ไม่ใช่จุกที่ต้องรู้ว่าจะเจอกับเนย์มาร์ในนัดชิงไม่ได้ตามที่เคยนัดกันไว้แบบเล่นๆ แต่จุกจากอาการเป็นห่วงกองหน้าตัวจี๊ดของบราซิลต่างหาก วินาทีนั้นเขาอยากจะทิ้งการฝึกซ้อมตรงไปที่โรงพยาบาลเพื่อไปดูอาการของคู่หูรุ่นน้องแต่ก็ทำไม่ได้ เขาเป็นกัปตันเขาทิ้งการซ้อมไม่ได้ ในวันที่เขาโดดซ้อมไปดูบราซิลเตะเขาก็โดนต่อว่าเข้าไปชุดใหญ่อย่างจังแถมโดนจับตาคุมเข้มจนเหมือนเด็กถูกกักบริเวณ

 

 

            กว่าจะได้เช็คข่าวจากอินเตอร์เน็ตก็ปาเข้าไปตอนเย็นจนเกือบค่ำแล้ว ยิ่งเปิดเช็คก็เจอแต่ข่าวที่ชวนสะเทือนใจเกี่ยวกับหัวหอกตัวจี๊ดของบราซิล ... เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับเขา ... ภาพประกอบที่แสดงให้เห็นว่านักเตะเบอร์ 10 ของบราซิลเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อถูกเปลหามออกจากสนามยิ่งทำให้กัปตันร่างเล็กกระวนกระวาย ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นเนย์มาร์บาดเจ็บ นักฟุตบอลทุกคนมีโอกาสบาดเจ็บได้เสมอแต่ครั้งนี้มันร้ายแรงเกินไปสำหรับเด็กหนุ่มอายุเพียงแค่ 22 ปี

 

 

            กองหน้าของทีมชาติอาร์เจนติน่ากดเข้าเพจเฟส โพสข้อความให้กำลังใจพร้อมรูปคู่ของตัวเองกับคู่หูผิวแทนในช่วงที่อยู่บาร์เซโลน่าแล้วแท็กเพจของเนย์มาร์ เขาหวังว่าเด็กคนนั้นน่าจะเปิดเจอถ้าหากได้เข้ามาดู แต่ความกระวนกระวายในใจก็ยังไม่ยอมหาย มันเหมือนเป็นหมอกขุ่นมัวชวนให้หงุดหงิดสุดท้ายพอทนไม่ได้กัปตันร่างเล็กก็เลือกหยิบโทรศัพท์ถามโรงพยาบาลที่เนย์มาร์พักอยู่จากเพื่อนร่วมสโมสรที่อยู่ทีมเดียวกับเนย์มาร์ จากนั้นหยิบเสื้อโค้ทมาใส่คลุมแล้วออกจากห้องพักไปเรียกแท็กซี่

 

 

            กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลก็ค่ำนิดๆแล้ว แต่แฟนบอลที่มาออกันอยู่หน้าโรงพยาบาลเพื่อให้กำลังใจนักเตะชาวบราซิเลียนก็ยังคงมีเยอะ นั่นสร้างความลำบากใจแก่เมสซีไม่น้อย มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะผ่านคนมากมายขนาดนั้นโดยที่ไม่ถูกสังเกตว่าเขาคือกองหน้าของทีมชาติอาร์เจนติน่า แต่หากให้รอจนคนเริ่มซาก็คงเข้าเยี่ยมไม่ได้แล้วสุดท้ายก็คิดว่าคงต้องกลับ

 

 

            “เอ่อ ... ขอโทษนะคะ คุณคือ ...” ประโยคที่ทักขึ้นมาทำเอากองงหน้าร่างเล็กสะดุ้งโหยง รีบหันหน้าเตรียมจะปฏิเสธแต่พอเห็นหน้าคนที่ทักว่าเป็นใครคำปฏิเสธก็ถูกกลืนลงคอแทบจะทันที “คุณ ... เมสซี ??”

 

 

            ชายหนุ่มร่างเล็กได้แต่พยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ ถ้าเขาจำไม่ผิดหญิงสาวที่ทักเขานี่เป็นแฟนสาวของเนย์มาร์ ... บรูน่า ... ไม่ใช่หรอ

 

 

            “มาเยี่ยมเนย์มาร์สินะคะ ?” หญิงสาวถามออกไปทั้งที่ก็น่าจะเดาได้ แฟนหนุ่มของเธอกับคนๆนี้เป็นคู่หูกันมาเยี่ยมกันก็คงไม่แปลก “มาสิคะ ฉันจะพาเข้าไปหาเนย์มาร์”

 

 

            แทบจะรู้สึกว่าเธอคนนี้คือนางฟ้ามาโปรด เมสซีเดินตามร่างของแฟนสาวของคู่หูของตนไปติดๆ เขาผ่านกลุ่มคนไปอย่างง่ายดายนับว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่แฟนบอลนั้นโฟกัสไปที่เนย์มาร์มากกว่าจะมาสนใจสิ่งรอบๆตัว บรูน่าเดินนำไปจนถึงห้องพักที่เนย์มาร์นั้นพักอยู่แล้วเธอก็เลือกจะขอตัวกลับ

 

 

            “เอ่อ คุณไม่อยู่กับเนย์มาร์หรอ ??” เขาเลือกถามออกไปด้วยความแปลกใจแต่เธอกลับส่ายหน้าปฏิเสธและให้เหตุผลว่า

 

 

            “ฉันไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเขาแล้วเขาก็บอกว่าอยากอยู่คนเดียวด้วย เมื่อกี๊ฉันกำลังจะเดินทางกลับแต่เห็นคุณซะก่อนเลยพามาส่งน่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ”

 

 

            เธอพูดจบก็หันหลังเดินกลับไปในทางที่พาเขาเดินมา ... อยากอยู่คนเดียว ... บางทีเขาอาจจะไม่ควรมารบกวนการพักผ่อนของรุ่นน้องคนนี้แต่ว่าไหนๆก็มาถึงหน้าห้องพักแล้วเข้าไปดูอาการสักหน่อยคงไม่เป็นไร ... แต่ถ้าคู่หูหลับอยู่ล่ะ ...

 

 

            คลิ๊ก !

 

 

            รู้ตัวอีกทีมือเจ้ากรรมก็ดันบิดลูกบิดเปิดประตูไปเรียบร้อยแล้ว โอเค เขายอมรับเขาอยากเข้าไปดูอาการของรุ่นน้องที่สนิทด้วยมาก เอาล่ะ ขอรบกวนหน่อยก็แล้วกัน ... มือที่บิดลูกบิดออกแรงดันให้ประตูเปิดออก ภายในห้องพักนั้นมืดแต่ยังไม่สนิทเพราะแสงไฟจากด้านนอกและแสงจากโคมไฟที่โต๊ะข้างๆโซฟา ชายหนุ่มชาวอาร์เจนไตน์ค่อยๆปิดประตูแล้วเดินช้าๆมาที่เตียงคนไข้ที่มีคู่หูร่วมสโมสรของเขานอนหลับอยู่

 

 

            ใบหน้าที่ปกติเขามักจะเห็นว่ายิ้มทะเล้นตอนนี้ดูหมองและเศร้าไปถนัดตา ขอบตายังมีรอยแดงๆที่เขามั่นใจว่าคงช้ำเพราะร้องไห้อย่างหนักมาแน่นอน ยิ่งเห็นสภาพของรุ่นน้องที่สนิทด้วยเขายิ่งรู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก ความฝันของนักฟุตบอลคือการได้เตะในบอลโลกจนถึงรอบสุดท้าย ทันทีที่ความฝันถูกดับลงมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะร้องไห้อย่างหนัก เมสซีเอื้อมมือไปลูบผมคนที่นอนอยู่เบาๆ แค่อยากปลอบใจไม่ได้ต้องการที่จะรบกวนการพักผ่อน

 

 

            “ไม่คิดว่าพี่จะมาเยี่ยม ...” คนที่น่าจะหลับอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ ดวงตาที่มักเป็นกระกายซุกซนนั่นฉายแววเศร้าสร้อยจนเห็นได้ชัดเจน “พี่ผ่านกลุ่มแฟนบอลมาได้ยังไง ??”

 

 

            “พวกเขาเป็นห่วงนายจนไม่ได้สนใจฉันน่ะสิคู่หู ... อีกอย่างแฟนนายเป็นคนพาฉันมาน่ะ” รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งมาให้ มันช่วยเยียวยาจิตใจที่กำลังเศร้าของกองหน้าชาวบราซิเลียนได้เป็นอย่างดีแต่ในเวลาเดียวกันมันก็ช่างตอกย้ำในคำสัญญาที่เป็นไปไม่ได้เช่นกัน “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคู่หู โชคดีที่นายไม่เป็นอะไรมากนะ”

 

 

            “พี่ ... มาใกล้ๆเตียงกว่านี้หน่อยสิ” แขนสีแทนขยับมาดึงชายเสื้อของเมสซี ออกแรงดึงเบาๆให้เจ้าของเสื้อขยับเข้ามาใกล้ซึ่งกัปตันชาวอาร์เจนไตน์ก็ยอมขยับเข้าใกล้แต่โดยดี เนย์มาร์ค่อยๆใช้ศอกดันตัวเองขยับขึ้นมาในสภาพกึ่งนอนกึ่งนั่งอย่างยากลำบาก

 

 

            “เฮ้ๆ คู่หู นายไม่ควรขยับตอนนี้นะ เดี๋ยวอาการจะหนักกว่าเก่าจะแย่” กองหน้าร่างเล็กรีบประคองร่างของหนุ่มแดนกาแฟที่พยายามจะฝืนดันตัวเองให้นั่งพร้อมกับดุเบาๆ คนโดนดุได้แต่แค่นยิ้มหม่นส่งให้แล้วปรับที่กั้นเตียงลง

 

 

            “งั้นพี่ ... นั่งตรงนี้ได้ไหม ??” มือหนาตบเบาๆตรงพื้นที่ว่างบนเตียงผู้ป่วยซึ่งเอาจริงๆมันไม่ได้กว้างอะไรเลย “นะ ... คู่หู” แต่พอเจอหน้าหงอยๆเหมือนเด็กที่กำลังจะร้องไห้ก็ทำเอาปฏิเสธไม่ลง

 

 

            ...เมสซียอมรับเลย เนย์มาร์เป็นผู้ชายที่เวลาร้องไห้นั้นช่างดูน่าสงสารมาก เขาจะแสดงความเจ็บปวดออกมาทั้งสีหน้าและแววตา น้ำตาของคนๆนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ใครต่อใครปฏิเสธคำขอร้องของเขาไม่ลงเพียงแค่มันเอ่อออกมาจากตาคู่นั้น...

 

 

            “มันจะไม่เบียดนายนะคู่หู ...” แม้เขาจะตัวเล็กแต่เขาไม่ได้ผอม ... แน่นอน หุ่นเขามันนักกีฬาชัดๆจะให้นั่งเบียดบนเตียงก็ใช่ว่าอยู่ น่ากลัวว่าจะไปกระทบกระเทือนแล้วทำให้รุ่นน้องคนนี้อาการหนักเข้าไปอีกน่ะสิไม่ว่า

 

 

            “ไม่หรอก มีที่อีกเยอะนะพี่ ...” เมสซีไม่แน่ใจคำว่าที่อีกเยอะสำหรับเนย์มาร์เท่าไรนักแต่สุดท้ายก็ยอมนั่งตรงขอบเตียงผู้ป่วย “เห็นไหมผมบอกแล้วว่าไม่เบียด” เสียงหัวเราะที่ได้ยินเมสซีมั่นใจเลยว่ามันเป็นการฝืนหัวเราะออกมาแน่นอนแต่เขาก็ทำได้แค่ยิ้มรับแล้วพยักหน้าเบาๆ

 

 

            ความเงียบเกินขึ้นทันทีเมื่อคนป่วยข้างๆตัวไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรต่อ มันกินเวลาไปหลายนาทีจนเป็นชายหนุ่มร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์เองที่เปิดประเด็นพูด “นาย ... โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากนะคู่หู ...”

 

 

            “อืม ... โชคดีแต่ก็ ...ไม่ใช่ดีที่สุด ความฝันของผม คำสัญญาระหว่างผมกับพี่ ...” ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักนั้นคลอหน่วงด้วยน้ำตาอีกครั้ง ... เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของรุ่นน้องคนนี้เลยจริงๆ ...

 

 

            เมสซีค่อยๆดันหัวของรุ่นน้องที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างๆมาซบตัวเองพร้อมกอดและลูบผมที่ย้อมสีบลอนด์นั่นแผ่วเบา อาจเพราะการกระทำของเมสซีหรือเพราะความอบอุ่นจากคนที่กอดทำนบความเศร้าสุดท้ายที่พยายามฝืนไว้ก็แตกสลายออกมาอีกครั้งพร้อมน้ำตา ร่างทั้งร่างที่สั่นสะอื้นฮั่กๆราวกับเป็นเด็กน้อยนั่นทำให้คนปลอบยิ่งรู้สึกเจ็บปวดไม่แตกต่างกัน

 

 

            “พี่ครับผมขอโทษ ... ผมผิดนัดพี่ ผมลงแข่งกับพี่ไม่ได้ คู่หู ... ผมขอโทษ ... ผมเจ็บ ... เจ็บมากๆเลย” เสียงพูดปนสะอื้นเรียกน้ำตาให้คลอหน่วงที่ขอบตาของคนปลอบแต่เขาต้องฝืนมันไว้ เด็กน้อยในอ้อมกอดเอาแต่พร่ำพูดคำว่า ขอโทษ กับคำว่า เจ็บ อยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา

 

 

            “ไม่เป็นไรคู่หู นายจะโอเค ไม่เป็นไร หายไวๆนะคู่หู ... ฉันอยู่ตรงนี้” คำพูดปลอบโยนและสัมผัสที่แผ่วเบาที่ลูบผมสั้นๆนั้นยิ่งเรียกเสียงสะอื้นให้ดังขึ้นกว่าเก่า “นายจะโอเค ... ฉันอยู่ตรงนี้...” ท่าทางของเนย์มาร์ที่แสดงออกมาให้เขาได้เห็นในตอนนี้ทำให้เขามั่นใจว่าบางเรื่องก็เกินกว่าที่เด็กอายุเพียง 22 นั้นจะรับไหว โดยเฉพาะการโดนดับความฝันที่เป็นเหมือนฝันสูงสุด และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากกอดปลอบคนๆนี้เท่านั้น

 

 

            เป็นเวลาเกือบชั่วโมงที่กัปตันร่างเล็กกอดรุ่นน้องร่างสูงเอาไว้จนมั่นใจว่าเนย์มาร์นั้นหยุดร้องไห้แล้วแต่รุ่นน้องผิวแทนก็ยังคงซุกหน้าของตัวเองอยู่ที่อกของเมสซีอยู่เหมือนเดิม

 

 

            “อกของพี่อุ่น ... กอดของพี่ก็ด้วย ... เหมือนกำลังโดนพ่อกอดเลย...”

 

 

            “ฉันจำได้ว่าตอนอายุห้าขวบฉันยังเพิ่งจะรู้จักอันโตเนลล่าเองนะ จะมีลูกได้ยังไง” คนโดนบอกว่าเป็นคุณพ่อถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆเรียกเสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากรุ่นน้องตัวสูงด้วยเช่นกัน

 

 

            ... เนย์มาร์รู้เรื่องของเมสซี แม้จะไม่รู้ดีแต่ก็รู้อยู่บ้างว่าเมสซีเป็นคนที่รักครอบครัวมากแค่ไหน รุ่นพี่คนนี้รักแฟนสาวของตัวเองมากแล้วก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นความรักที่ดูน่าอิจฉาสำหรับหลายๆคน แต่แน่นอน เขาก็รักแฟนสาวของเขาเหมือนกัน

 

 

            ... แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรุ่นพี่ตัวเล็กๆคนนี้ล่ะ... ??


            มันก็แน่นอนว่าเป็นคู่หูร่วมสโมสร เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เป็นครูเป็นนักเรียน เป็นเพื่อนร่วมทีม เป็นคู่แข่ง เป็นคนสำคัญ เป็นทุกอย่างที่ไม่ใช่คนรักกัน ... มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะเขาก็มีคนรัก เมสซีก็เหมือนกันและพวกเขาก็รักแฟนสาวของพวกเขามากด้วยแถมพวกเขามีลูกชายตัวน้อยกันแล้วด้วย อีกประเด็นคือพวกเขาเป็นผู้ชาย คำว่ารักที่เอนไปทางเรื่องชู้สาวนั่นตัดไปได้เลย ...

 

 

            มากที่สุดคงได้แค่คำว่า ...ชอบ... ซะมากกว่า ชอบสไตล์การเล่น ชอบรอยยิ้ม ชอบในความเป็นตัวตน ... ชอบและชื่นชม...

 

 

            “ถึงผมจะลงนัดต่อไปไม่ได้แล้วแต่อาร์เจนติน่าก็ยังต้องไปเจอบราซิลนัดชิงฯนะพี่” หนุ่มบราซิเลียนผิวแทนค่อยๆขยับตัวเปลี่ยนมานอนดีๆเหมือนเดิม “แล้วก็ยกชัยชนะให้กับบราซิลนะ”

 

 

            “ไม่มีวันหรอกคู่หู แชมป์ต้องเป็นของอาร์เจนติน่าสิ” เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นมาแทนเสียงสะอื้นที่ดังร่วมเกือบชั่วโมง เมสซียอมรับว่าเขารู้สึกดีกว่าที่ได้เห็นรอยยิ้มซนๆบนใบหน้าของรุ่นน้องคนนี้ แม้มันจะไม่ใช่รอยยิ้มกว้างๆแบบเดิมแต่ก็ดีกว่าใบหน้าตอนร้องไห้เป็นไหนๆ

 

 

            “พี่จะกลับที่พักเลยรึเปล่า ??” จู่ๆคำถามก็โดนยิงมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอากองหน้าร่างเล็กของอาร์เจนติน่าต้องขมวดคิ้วมุ่น “พรุ่งนี้พี่มีแข่งกับเบลเยี่ยมไม่ใช่หรอ ผมก็ต้องกลับไปรักษาตัวที่บ้านพรุ่งนี้เหมือนกัน”

 

 

            เมสซีพยักหน้ารับเบาๆแล้วส่งยิ้มให้คนบนเตียงผู้ป่วย “ฉันจะอยู่จนกว่านายจะหลับแล้วกันคู่หู” คำตอบนั้นดูจะเรียกรอยยิ้มกว้างๆให้แสดงออกมาบนหน้าของคนเจ็บได้เป็นอย่างดี “ถ้าไม่อยากให้ฉันหมดแรงเพราะนอนน้อยก็รีบๆหลับซะล่ะ”

 

 

            “อืมมมม ... ผมจะรีบหลับพี่จะได้มีเวลาพักผ่อน...” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่มือคนป่วยก็ดันคว้าชายเสื้อของคนตัวเล็กกว่ามากำไว้แน่น ซุกหน้าเข้ากับชายเสื้อสีอ่อนราวกับเด็กน้อยไม่มีผิด ท่าทางนั้นดูจะเรียกรอยยิ้มขบขันจากเจ้าของเสื้อได้ไม่น้อย

 

 

            ...เหมือนเด็ก... ใช่ นี่คือสิ่งที่เมสซีคิดอยู่ตอนนี้ แม้ปกติเนย์มาร์จะทำตัวเหมือนเด็กผู้ชายซุกซน มุทะลุ ใจร้อนตามวัยแต่สิ่งที่เห็นตอนนี้กลับไม่ใช่ นี่มันเด็กขี้อ้อนชัดๆเลย...

 

 

            “หลับแล้ว ...” เด็กหนุ่มตรงหน้าดูจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว มือที่กำชายเสื้อของเขาอยู่ก็คลายออกแล้วเช่นกัน ถ้าอย่างนั้นก็คงถึงเวลากลับของเขาแล้วเพราะพรุ่งนี้เขาต้องตื่นมาเตรียมตัวแต่เช้าเหมือนกัน “ยินดีด้วยนะคู่หูที่บราซิลเข้ารอบรองแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะส่งข่าวดีไปให้นาย ไว้เจอกัน ... ฝันดีนะคู่หู”

 

 

 

 

 

            ในตอนเช้าของวันถัดมาเนย์มาร์ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เขามาบอกลาเพื่อนๆในสนามฝึกซ้อมเพื่อที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับเซา เปาลูเพื่อไปพักฝื้นที่บ้าน มันทำให้เขารู้สึกเศร้าที่จะไม่ลงแข่งในนัดที่เหลือแต่เขาก็มั่นใจว่าเพื่อนๆในทีมนั้นชนะได้อย่างแน่นอน

 

 

            ... วันนี้คู่หูลงสนามสินะ เสียดายที่ไม่ได้ไปดู ...


            เป็นความรู้สึกที่ชวนหม่นหมองอยู่ไม่น้อยแต่กองหน้าชาวบราซิเลียนก็ยังคงต้องยิ้มเอาไว้เพื่อที่จะไม่ทำให้คนอื่นๆนั้นรู้สึกแย่ไปด้วย เขาอัดวีดีโอพูดถึงความฝันและพูดขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกๆคนอัพลงยูทูปก่อนกลับเซา เปาลู

 

 

 

 

            ... คู่หูคงกลับเซา เปาลูไปแล้ว... 


            ความคิดนี้ดันเผลอแวบเข้ามาในหัวขณะที่เมสซีกำลังไล่ตามลูบบอลอยู่กลางสนาม เขาเกือบจะเสียบอลให้คู่แข่งฝ่ายเบลเยี่ยมไปแล้วโชคดีที่เขาเลี้ยงหลบได้เสียก่อน เขาจะมาแพ้ในนัดนี้ไม่ได้ สัญญายังคงต้องเป็นสัญญา เขาจะต้องไปสู่รอบชิงฯ เมสซีเลือกส่งให้ดิ มาเรียเพื่อนร่วมทีมก่อนที่มิดฟิลล์ชาวอาร์เจนไตน์จะจ่ายบอลให้อิกวาอินที่อยู่ใกล้ประตูยิงบอลเข้าประตูฝ่ายเบลเยี่ยมไปเรียบร้อย

 

 

            จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่อาร์เจนติน่านำอยู่หนึ่งลูก ทั้งสองทีมต่างเดินเข้าห้องแต่งตัวของทีมตัวเองฟังการประชุมเล็กๆแล้วนั่งพัก กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์หยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองออกมาเช็คข่าวคราวของรุ่นน้องร่วมสโมสร ข่าวที่เขาเจอไม่ใช่ข่าวร้ายแต่ก็ไม่ใช่ข่าวดีในทีเดียว เขาเห็นข่าวที่รุ่นน้องผิวแทนอัพวีดีโอจึงหยิบหูฟังใส่กดเข้าไปดู

 

 

            “...ความฝันของผมมันยังไม่จบ มันแค่สะดุดเท่านั้น ผมเชื่อว่าบราซิลจะคว้าแชมป์ได้แม้จะไม่มีผม...”


            ทั้งรู้สึกดีทั้งเศร้าไปพร้อมๆกัน ... รู้สึกดีที่รุ่นน้องคนนี้อย่างน้อยก็มีกำลังใจมากพอที่จะรักษาตัวแต่ก็เศร้าที่เขาจะไม่ได้ดวลแข้งกัน แต่นี่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้เขาไม่สามารถพาอาร์เจนติน่าไปถึงรอบชิงฯได้กลับกันมันเหมือนเป็นกำลังใจมากกว่า บราซิลก็ต้องพยายามพวกเขาก็เช่นกัน ...

 

 

            หมดเวลาพักการแข่งขันครึ่งหลังเริ่มขึ้นทั้งสองฝ่ายพยายามทั้งป้องกันประตูตนเองและทำประตูฝ่ายตรงข้ามให้ได้อย่างสุดความสามารถ มีหลายครั้งที่เกือบเสียทีอีกฝ่ายแต่สุดท้ายก็ถูกเซฟไว้ได้อยู่ดีสุดท้ายก็หมดเวลาที่ครึ่งหลังไม่มีใครสามารถทำประตูได้และอาร์เจนติน่าก็ชนะไปด้วยสกอร์ 1-0

 

 

            เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังขึ้นจากอัฒจันทร์ที่มีแฟนบอลชาวอาร์เจนไตน์นั่งกันอยู่ นักบอลทั้งตัวจริงและตัวสำรองต่างชูไม้ชูมือแสดงความยินดีกับชัยชนะอีกครั้งของทีมชาติอาร์เจนติน่า บ้างก็เข้าไปพูดคุยและปลอบนนักเตะฝ่ายตรงข้ามซึ่งแสดงความยินดีกลับมาเช่นกัน

 

 

 

 

 

            คนป่วยถึงกับนอนเปื่อยอยู่บนเตียงเพราะยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ตั้งแต่เขาตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองมาถึงบ้านสิ่งที่ทำได้ก็มีแต่นอนเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองกับเปิดทีวีเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆเท่านั้น เขามาไม่ทันดูการแข่งของอาร์เจนติน่าด้วยซ้ำเพราะดันหลับยาวตื่นมาอีกทีการแข่งขันก็จบไปแล้วแบบสดๆร้อนๆ มันน่าเสียดายแบบสุดๆไปเลย

 

 

            ติ๊ง!


            หนุ่มผิวแทนรีบคว้ามือถือของตัวเองขึ้นมาดูทันทีที่เสียงแจ้งเตือนของไลน์ดังขึ้น ชื่อที่อยู่บนแจ้งเตือนทำเอาเขาถึงกับยิ้มจนเห็นเขี้ยว

 

 

            Leo : คู่หู ฉันวีดีโอคอลหานายนะ


            Neymarjr : ได้สิคู่หู


            พิมพ์ตอบแทนจะทันทีและกดรับสายทันทีเช่นกัน หน้าจอมือถือของเขามืดไปซักพักก่อนจะโชว์ภาพหน้าของรุ่นพี่ตัวเล็กที่ยังคงอยู่ในเสื้อฟุตบอลของทีมอาร์เจนติน่าอยู่ รอยยิ้มตามแบบฉบับของเจ้าตัวฉายอยู่บนใบหน้าทำเอาคนมองอดยิ้มตามไม่ได้

 

 

            << อาร์เจนติน่าเข้ารอบสี่ทีมสุดท้ายแล้วนะคู่หู ... พักเยอะๆ นัดชิงมานั่งที่ม้านั่งตัวสำรองให้ได้ล่ะ>> คนตัวเล็กแจ้งข่าวดีแทนคำทักทายด้วยซ้ำ ใบหน้าขาวๆนั่นมีเลือดฝาดจนทำให้หน้านั้นแดงน้อยๆเพราะการวิ่งตามลูกบอลถึง 90 นาทีเต็ม แถมผมสีน้ำตาลเข้มนั่นก็ยุ่งจนไม่เป็นทรงด้วย

 

 

            “เยี่ยมเลยคู่หู สัญญาไม่ได้นะแต่จะพยายาม ...” รอยยิ้มทะเล้นยิ้มส่งให้คนที่อยู่กรุงบราซีเลีย “อ้อ! คู่หู ... ผมมีอะไรจะให้ดู ... แปบนะ” เนย์มาร์วางมือถือไว้ข้างตัวก่อนจะเอื้อมหยิบปากกามาเขียนประโยคหนึ่งประโยคที่นิ้วชี้และนิ้วกลางก่อนจะใช้มืออีกข้างหยิบมือถือขึ้นมาเหมือนเดิม “คู่หู ...” หนุ่มบราซิเลียนเรียกคนที่อยู่อีกฝั่งเล็กน้อยก่อนจะชูสองนิ้วที่เขียนคำว่า *Eu estou com saudade! เอาไว้

 

 

            คนที่อยู่อีกฝั่งของมือถือส่งเสียงหัวเราะเบาๆแล้ววางมือถือลงตรงที่เนย์มาร์คิดว่าน่าจะเป็นม้านั่งตัวสำรอง ... นี่คู่หูยังไม่ออกจากสนามเลยงั้นหรอเนี้ย ... อดแปลกใจไม่ได้แต่ก็อดยิ้มนิดๆไม่ได้เหมือนกัน ซักพักคนที่หายไปก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเดิม

 

 

            <<เฮ้! คู่หู ...>> เสียงเรียกดังมาจากลำโพงพร้อมกับภาพของคู่หูตัวเล็กที่ชูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ที่เขียนคำว่า *Te extraño เอาไว้

 

 

            “นิ้วก้อยหายไปไหนล่ะพี่ มันไม่ครบนะ” ดูเหมือนคนเจ็บท่าทางจะอาการดีขึ้นมากพอที่จะกล้ามาแหย่เล่นขนาดนี้ ในเมื่อโดนแหย่มีหรอที่คนโดนแหย่จะไม่แหย่คืน

 

 

            <<นิ้วก้อยเก็บไว้ตอนแข่งจบไงคู่หู บราซิลชนะให้ได้ก่อนแล้วจะชูให้ครบสามนิ้วเลย>> คนโดนสวนกลับทำตาโตแล้วหัวเราะร่วนราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของที่ถูกใจ

 

 

            “ผมจะโดนแฟนพี่หึงมั๊ยเนี้ย...” โดนเล่นกลับขนาดนี้ก็ทำเอาไปไม่ถูกเหมือนกัน คนนอนเดี้ยงบนเตียงเลยได้แต่ยิ้มแก้เขิน(?)ส่งให้

 

 

            <<ฉันก็กลัวจะโดนแฟนนายหึงเหมือนกันนั่นล่ะคู่หู ... อ่ะ เดี๋ยวกลับเข้าห้องแต่งตัวแล้วนะแค่นี้ก่อนนะคู่หู>>

 

 

            “ให้ผมดูพี่ ... ล้อเล่นน่าคู่หู” แทบจะกลับคำพูดไม่ทันเมื่อเจอสายตาติดดุจากคนอีกฝั่ง เมสซียกมือชี้หน้าคนป่วยผ่านโทรศัพท์แล้วอมยิ้มขำๆก่อนกดวางสายไป กองหน้าเบอร์ 10 ของทีมชาติบราซิลทิ้งโทรศัพท์ลงข้างตัวแล้วนอนหัวเราะอยู่คนเดียว

 

 

 

 

นอกจากมีถ้วยแชมป์แล้วเขายังจะได้เห็นคนตัวเล็กนั่นชูสามนิ้วให้เห็นด้วยสิ ยิ่งแพ้ไม่ได้ล่ะบราซิล 

 

***********************************************

ภาพประกอบสองช็อต ...

 

หนึ่งดราม่า หนึ่งมุ้งมิ้ง อืม ... ////////////////

ได้แค่ลุ้นว่าน้อยเนย์จะได้เห็นสามนิ้วโป้ง ชี้ ก้อย ของพี่เมสมั๊ย ... บราซิลต้องชนะเท่านั้นถึงจะได้เห็น

เฮ้ย ... คู่นี้เอาเป็นแค่คู่หูกันนะจริงๆ /ซับ/ #แต่ไอ้สนจิ้นไปไกลแล้วสงสัยท่องงานมโนหนักไปหน่อย

มีเมียมีลูกกันหมดแล้วแหม ... #แต่แม่งออกนอกหน้ากันจริงๆแม้จะไม่เท่าฟิคก็เถอะโฮกกกกก

คืนนี้เชียร์ครับ ... บราซิลเต็มที่นะ โฮวววว ;;{ };;

 

ปล. Eu estou com saudade! (เอ็ว-เอสโตะ-คอง-เซาดาจิ) ภาษาโปรตุเกสครับแปลว่า ผมคิดถึงคุณ ...
Te extraño (เตเอ็กซ์ตราโญ่) ภาษาสเปน แปลว่า ผมคิดถึงคุณ ... เช่นกันครับ

 

Comment

Comment:

Tweet