[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Our date …

posted on 07 Jul 2014 23:35 by lukson-kun

[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Our date …

 

Paring: Neymar * Messi [Neymessi]

Note: แฟนฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นมาตามภาพวาดครับ แล้วก็อ่านไม่ผิด แฟนฟิคบอลโลกนี่ล่ะ แต่คู่นี้ก็ อืม ... ไม่มีให้เห็นในบอลโลกหรอก ฮะๆๆ แต่ในลีก ลาลีกา น่ะไม่แน่อาจได้เห็น ตอนนี้วาดไปแล้ว 6 ภาพ คงแบ่งเป็นหกตอนและคงแต่งไปจนจบบอลโลกนั่นล่ะครับ แต่ตอนนี้ตามข่าวเนย์มาร์เจ็บลงแข่งบอลโลกนัดทีเหลือไม่ได้แล้ว อ่าห๊ะ ... เจ็บจี๊ดไปตามๆกันครับ ฮะๆ เพราะงั้นขอเข้างานมโนเพื่อรักษาสภาพจิตใจหน่อยล่ะกัน Orzlll

ปล. คู่นี้เขาน่ารัก มีการนัดกันด้วยว่าจะไปเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ ฮะๆ #แม้ตอนนี้จะทำไม่ได้แล้วก็เถอะ

ปลล. เรื่องคู่นี้เกิดจากจินตนาการนะครับแต่สกอร์บอลน่ะของจริง :'9

 

******************************************************

 

 

“พวกเราจะต้องไปเจอกันในรอบชิงนะคู่หู ...”

.

.

.

.

                คำสัญญาที่เคยพูดเอาไว้แบบทีเล่นทีจริงกับคู่หูรุ่นพี่ในตอนฝึกซ้อมที่สโมสรก่อนเปิดฉากฟุตบอลโลก ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ทำให้ ...เขา... ต้องไปให้ถึงนัดชิงชนะเลิศให้ได้และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือฟุตบอลโลกปีนี้บราซิล ประเทศบ้านเกิดของเขาเป็นเจ้าภาพ คงเป็นไปไม่ได้ถ้าจะให้ใครมาคว้าแชมป์ในบ้านของตัวเอง

 

 

                ... เป็นไปได้ในนัดชิงฯ ถ้าให้เหมือนฝันผมอยากเจอบราซิลที่สุด ผมอยากวัดฝีเท้ากับเนย์มาร์ แต่ถึงแม้เป็นทีมอื่นที่เราจะได้เจอในรอบชิงฯพวกเราก็จะสู้อย่างเต็มที่ครับ ...


                ข่าวที่อ่านในอินเตอร์เน็ตทำเอาตัวเขาซึ่งถูกพูดถึงในข่าวนั้นเกือบหุบยิ้มไม่อยู่ทุกครั้งที่นึกถึง แม้จะเป็นคำพูดเล่นๆแต่ในใจลึกๆเขาก็อยากจะดวลฝีเท้ากับรุ่นพี่ร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์ที่สุดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเขาจะไม่มีวันที่จะให้บราซิลตกรอบก่อนไปถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นอันขาด!

 

 

                การแข่งโดยแบ่งตามกลุ่มวันนี้เป็นรอบสุดท้ายที่เจ้าภาพบราซิลจะได้ลงแข่ง รอบนี้ทีมชาติบราซิลได้เจอกับแคมเมอรูน หากรอบนี้พวกเขาชนะพวกเขาจะได้เข้าไปสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายและแน่นอนว่าพวกเขาจะไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน

 

 

                เสียงเพลงชาติบราซิลดังขึ้นทุกคนต่างร้องตาม แต่กับนักเตะดาวรุ่งอายุ 22 ปีที่ได้ใส่เสื้อเบอร์ 10 ของทีมชาติบราซิลนี้แตกต่างจากคนอื่นนิดหน่อยเพราะเขานั้นร้องเพลงชาติออกมาทั้งน้ำตา ไม่ใช่เพราะเสียใจแต่เป็นเพราะดีใจมากต่างหากล่ะ

 

 

                หลังจบเพลงชาติ ฟุตบอลเริ่มเตะทั้งสองชาติต่างรุกและหมายจะทำประตูอีกฝ่ายให้ได้อย่างน้อยลูกแรกหากใครทำได้มักจะเป็นกำลังใจในการทำลูกต่อไปเสมอ

 

 

                เวลาผ่านไปไม่นาน ในนาทีที่ 17 แคมเมอรูนก็ต้องเสียประตูให้กับบราซิลด้วยการทำประตูของดาวยิงเบอร์ 10 เนย์มาร์ ดา ซิลวา ... ประตูแรกเป็นของทีมชาติบราซิล เด็กหนุ่มผิวแทนยิ้มร่าก่อนจะวิ่งไปยืนประจำตำแหน่งของตนเองเหมือนเดิม แต่ในนาทีที่ 26 บราซิลก็ถูกตีเสมอเป็น 1-1 ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายเพราะพวกเขามั่นใจว่าต้องทำประตูคืนได้แน่นอน

 

 

                แล้วต่อมาในนาทีที่ 35 บราซิลก็ได้ประตูที่สองสมใจโดยการยิงประตูของเนย์มาร์อีกเช่นเคย กองหน้าวัย 22 ปีถึงกับกระโดดตัวลอยในการทำแต้มนำทีมคู่แข่งก่อนจะหมดเวลาในครึ่งแรกด้วยคะแนน  2 ประตูต่อ 1

 

 

                เวลาพักในห้องแต่งตัวนอกจากโค้ชจะมาพูดคุยกับนักเตะเกี่ยวกับการตั้งรับและการรุกในครึ่งหลังจากนั้นถึงปล่อยให้นักเตะพักผ่อนกันอีกเล็กน้อย เนย์มาร์เลือกที่จะหยิบหูฟังบีสต์ประจำตัวของตัวเองมาครอบหูแล้วเปิดเพลงฟังเพื่อคลายเครียดสักเพลงหรือครึ่งเพลง ชายหนุ่มชาวบราซิเลียนปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงของเสียงดนตรี โยกหัวเบาๆไปตามจังหวะเพลง

 

 

                ... เป็นไปได้ในนัดชิงฯ ถ้าให้เหมือนฝันผมอยากเจอบราซิลที่สุด ผมอยากวัดฝีเท้ากับเนย์มาร์ แต่ถึงแม้เป็นทีมอื่นที่เราจะได้เจอในรอบชิงฯพวกเราก็จะสู้อย่างเต็มที่ครับ ...


                ประโยคคำพูดเดิมของคู่หูรุ่นพี่ย้อนเข้าหัวอย่างน่าประหลาดใจ ทั้งๆที่เพลงที่ฟังอัดอยู่ในหูก็ดังแต่มันก็ไม่มีอิทธิพลเท่ากับประโยคเพียงประโยคเดียวที่อ่านจากอินเตอร์เน็ต ...จริงสิ พรุ่งนี้วันเกิดคู่หูนี่นา... ริมฝีปากหยักเผลอขยับยิ้มขึ้นไม่รู้ตัวจนเพื่อนๆในทีมต้องมองกองหน้าเบอร์ 10 ด้วยสายตามีเลศนัย

 

 

                “ทำสองประตูได้นี่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะเจ้าเด็กนี่” กัปตันร่างหนาของบราซิลถึงกับอดหมั่นไส้เดินมายีหัวกองหน้าตัวจี๊ดจนเฮดโฟนหลุดลงมาที่คอ เนย์มาร์เงยมองหน้าทีอาโก ซิลวาด้วยความงุนงง “มาทำหน้างงอีก เมื่อกี๊ยิ้มซะจนคนอื่นๆหมั่นไส้แล้วนะเว้ย!”

 

 

                “ยิ้ม ??” หนุ่มผิวแทนทำหน้าเหวอมองกัปตันทีมของตนสลับกับเพื่อนๆในทีมที่พยักหน้ารับคำพูดของซิลวา ...เขาเผลอยิ้มไปงั้นหรอเนี้ย...

 

 

                “ใช่ นายยิ้มออกมาเหมือนกับว่ามีเรื่องอะไรดีๆซักอย่าง น่าหมั่นไส้เป็นบ้าเลยว่ะ” ดาวิด ลุยซ์เสริมทัพขึ้นมาก่อนจะหัวเราะร่วนแล้วเข้าไปร่วมยีหัวเนย์มาร์อีกคนนึงจนผมทรงรองทรงสูงที่ย้อมสีบลอนด์นั่นยุ่งไม่เป็นทรง

 

 

                “พอแล้วๆ หัวผมยุ่งหมดแล้ว” แขนสีแทนปัดป่ายกันไม่ให้ผมตัวเองโดนยีจนยุ่งมากไปกว่านี้

 

 

                “เอาล่ะ เวลาพักหมดแล้วๆ ไปเตรียมตัวครึ่งหลังได้แล้ว” ประกาศิตกัปตันเหมือนช่วยชีวิตเนย์มาร์ ดาวิดเลิกยีหัวกองหน้าตัวจี๊ดแล้วไปเตรียมตัวสำหรับครึ่งหลังที่สนาม

 

 

                หนุ่มผิวแทนถอนหายใจเฮือกแล้วจัดทรงผมยุ่งๆของตัวเองให้เข้าที่เหมือนเดิม เก็บเฮดโฟนใส่กระเป๋าเป้ก่อนจะเดินออกจากห้องแต่งตัวเป็นคนสุดท้ายพร้อมเช็คกับการมัดเชือกกางเกงของตัวเองไปด้วยอย่างไม่สนใจกล้องที่กำลังถ่ายทอดสดออกอากาศ

 

 

                ครึ่งหลังเริ่มด้วยการที่บราซิลเริ่มบุกไม่แตกต่างจากแคมเมอรูน การปะทะกันจึงเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในการเล่นฟุตบอลหากจะมีการบาดเจ็บและเนย์มาร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้ในนาทีที่ 49 เพื่อนในทีมบราซิลจะทำประตูได้แต่ต่อมากองหน้าชาวบราซิเลียนก็ถูกเปลี่ยนตัวไปนั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวสำรองเพราะการโดนปะทะถึงสามครั้งที่ขา

 

 

                แม้ทีมชาติบราซิลจะไม่มีตัวจี๊ดอย่างเนย์มาร์แต่ก็ทำประตูที่ 4 ได้ในนาทีที่ 84 ก่อนจะหมดเวลา ทำให้บราซิลเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปรออยู่เป็นทีมแรก

 

 

 

 

 

                บนอัฒจันทร์เชียร์ชาวบราซิเลียนเฮโลด้วยความดีใจที่ทีมชาติของตนชนะเข้ารอบ ร่างเล็กของชายที่เป็นทั้งกองหน้าและกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ยืนปะปนอยู่ด้วย เขามองลงมายังสนามด้วยรอยยิ้มอบอุ่นตามแบบฉบับของตนเองมองรุ่นน้องชาวบราซิเลียนที่ยืนอยู่กับเพื่อนร่วมทีมกำลังแสดงความดีใจในสนาม

 

 

                ... ผมหวังว่าผมจะได้เจอกับอาร์เจนติน่าในรอบชิงชนะเลิศ ผมอยากเจอเมสซีรุ่นพี่ในทีมบาเซโลน่า ผมอยากจะแข่งกับเขา...


                ประโยคที่อ่านเจอในอินเตอร์เน็ตแวบเข้ามาในหัวจนต้องขยับยิ้มขบขัน ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกเหมือนเป็นการนัดกันออกสื่อก็ไม่มีผิด แม้เขากับรุ่นน้องชาวบราซิลจะเคยบอกกันแบบทีเล่นทีจริงอยู่ว่าจะต้องไปเจอกันในนัดชิงก็ตาม

 

 

                “เอาล่ะ ... ต่อไปก็ถึงรอบที่ฉันต้องพาอาร์เจนติน่าเข้ารอบตามไปแล้วสิ” กองหน้าร่างเล็กบ่นกับตัวเองก่อนหัวเราะเบาๆ วินาทีที่เขากำลังจะละสายตาจากสนามกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์เลือกที่จะเบนสายตาไปมองรุ่นน้องอีกครั้ง เขาไม่แน่ใจว่าเด็กหนุ่มหน้าทะเล้นนั่นมองมาที่เขาหรือเปล่า อาจจะไม่ใช่เพราะคงไม่มีทางสังเกตเห็นจากในกลุ่มคนขนาดนี้หรอก ...

 

 

                ร่างเล็กของกัปตันชาวอาร์เจนตินาค่อยๆเดินหลบคนออกจากอัฒจันทร์ขนาดยักษ์ ความจริงเขาแอบโดนซ้อมแวะมาดูโดยฝากเพื่อนร่วมทีมนั้นบอกโค้ช แต่กลับไปอาจโดนโค้ชต่อว่าอยู่ดี ถ้าหาก ... อ้างว่ามาดูฝีเท้าการเล่นของทีมคู่แข่งก็น่าจะได้ ...ล่ะมั๊ง...

 

 

 

 

 

                ภาพของรุ่นพี่ร่วมสโมสรกำลังค่อยๆเดินหลบผู้คนบนอัฒจันทร์เพื่อจะออกไปทำเอากองหน้าเบอร์ 10 ของบราซิลถึงกับอยู่ไม่สุข เขาพาดเสื้อของผู้เล่นชาวแคมเมอรูนไว้บนบ่าเตรียมตัวจะออกไปนอกสนามเพื่อตามหาคนที่กำลังจะลงจากอัฒจันทร์แต่ก็โดนเพื่อนร่วมสโมสรดึงไปคุยตัดหน้า เนย์มาร์หันไปคุยเล็กน้อยก่อนจะตกลงด้วยการโทรคุยกันหลังการแข่งแทน

 

 

                หนุ่มผิวแทนรีบเดินออกจากสนามเข้าห้องแต่งตัว คว้าเสื้อใส่แบบลวกๆแล้วเดินจ้ำออกตามหารุ่นพี่ร่างเล็กที่เห็นบนอัฒจันทร์ เขามั่นใจว่าตาไม่ฝาดแล้วก็จำไม่ผิดคนด้วย ถึงคนตัวเล็กๆจะมีเยอะแยะแต่เขาก็มั่นใจว่าเขาไม่มีทางที่จะจำผิดอย่างแน่นอน

 

 

                “กลับไปแล้วรึเปล่า ...” ใบหน้าที่มักจะแสดงสีหน้าติดกวนหันมองซ้ายมองขวาแล้วก้าวเดินต่อไป หวังว่าจะได้เจอกับคนที่คลาดกันไปแล้ว “ให้ตายสิ ... คลาดกันซะละ ....” คำพูดชะงักพูดไม่จบเพียงเพราะคนที่กำลังหาอยู่นั้นเดินอยู่ไกลๆ และกำลังไกลออกไปเรื่อยๆ “พี่ครับ! พี่! เมสซี! ... เล ... เลโอ! คู่หู!!!!”

 

 

                ตะโกนสุดเสียงพร้อมกับออกตัววิ่งไปด้วยเพื่อร่นระยะทางที่ไกลอยู่ให้ใกล้ขึ้นเรื่อยๆถึงขาจะเจ็บแต่คนตรงหน้าดูจะเป็นเป้าหมายสำคัญกว่า เจ้าของชื่อชะงักฝีเท้าหันมองตามเสียงเรียกด้วยความงุนงงและก่อนที่สีหน้าที่ฉายความฉงนนั้นจะเปลี่ยนเป็นแปลกใจร่างที่สูงกว่าของรุ่นน้องร่วมทีมก็หยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

 

                เมสซีมองรุ่นน้องตัวสูงที่ยืนหอบแฮ่กอยู่ตรงหน้าตน รอยยิ้มขบขันแต้มอยู่บนใบหน้าของกองหน้าร่างเล็กที่อยู่ในชุดไปรเวทสบายๆ “คู่หูนายเยี่ยมมาก” ฉีกยิ้มกว้างส่งให้ศูนย์หน้าตัวจี๊ดของทีมชาติบราซิลที่ค่อยๆขยับยิ้มกว้างตามจนเห็นเขี้ยว

 

 

                “พี่ดูอยู่ตลอดเลยใช่ไหม ?” ศูนย์หน้าร่างเล็กพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบนั้นยิ่งทำให้เนย์มาร์ยิ้มกว้างกว่าเดิม “สองประตูนั้นน่ะนอกจากเพื่อทีมแล้ว ... เพื่อพี่นะคู่หู รอบของพี่สู้ๆล่ะผมจะไปรออยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย” ไม่พูดเปล่าแต่ออกแรงอุ้มร่างของรุ่นพี่ร่วมสโมสรในสเปนขึ้นจนตัวลอย

 

 

                คนโดนอุ้มถึงกับตกใจรีบกอดคอสีแทนของรุ่นน้องอย่างรวดเร็วก่อนจะหัวเราะร่วน “ฉันจะตามนายเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอนคู่หู” รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นสมเป็นผู้ใหญ่ถูกส่งมาให้คนอุ้ม แน่นอน ... เขาชอบรอยยิ้มของรุ่นพี่ชาวอาร์เจนไตน์คนนี้ มันดูมีเสน่ห์แบบที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ มองแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

 

 

                “ผมจะรอพี่นะคู่หู แล้วมาเจอกันในนัดชิงฯ อาร์เจนติน่าต้องแพ้ให้บราซิลนะเพราะแชมป์โลกต้องเป็นของเจ้าบ้านนะคู่หู” รอยยิ้มกวนๆที่กองหน้าร่างเล็กลงมติแล้วว่าเป็นรอยยิ้มที่สามารถขโมยใจแฟนบอลสาวๆได้ไม่ยากถูกส่งมาให้เขา แต่สำหรับเขามันดูน่าหมั่นไส้แปลกๆมากกว่า

 

 

                “ไม่มีทาง อาร์เจนติน่าจะถล่มนายคาบ้านเลยคู่หู แต่ตอนนี้ฉันว่านายปล่อยฉันลงแล้วกลับไปหาทีมนายก่อนจะวุ่นวายดีกว่าน่า” หนุ่มผิวแทนทำหน้าเหรอหราใส่แต่ก็ยังคงไม่ยอมวางรุ่นพี่ร่วมสโมสรลงตามที่บอก “ฉันต้องรีบกลับเหมือนกัน โค้ชคงว่าแล้วที่ฉันแอบโดดซ้อมมาดูนายเตะน่ะคู่หู”

 

 

                “โอเคๆ ผมวางพี่ลงก็ได้ ... นัดที่อาร์เจนติน่าเตะผมไปดูพี่โชว์ฟอร์มนะคู่หู” มือสีแทนที่ดูน่าจะผอมกว่านักบอลทั่วไปค่อยๆปล่อยให้ร่างของกัปตันชาวอาร์เจนไตน์ลงกับพื้น

 

 

                ... เมสซียังอดแปลกใจไม่ได้เสมอเวลาที่เขาโดนอุ้มจนตัวลอย ทั้งๆที่รูปร่างของเขานั่นดูหนากว่ารูปร่างของเนย์มาร์ด้วยซ้ำ แขนขาก็มีกล้ามเนื้อมากกว่า อาจเป็นเพราะส่วนสูงหรือเปล่านะ ... อาจจะใช่ก็ได้ ...

 

 

                เมสซีเงยมองรุ่นน้องผิวแทนที่ยังส่งยิ้มโชว์ฟันขาวๆชวนฝันสำหรับแฟนบอลผู้หญิงแล้วขมวดคิ้วนิด “เอาเวลาไปฝึกไปคู่หู” ตัดรอนด้วยคำพูดที่บอกเป็นนัยๆว่าปฏิเสธทำเอาร่างสูงๆนั่นมุ่ยหน้าเป็นเด็กๆแทนทันที “กลับไปห้องแต่งตัวได้แล้วคู่หู ... ไว้เจอกัน” แทบจะไม่ได้สนใจท่าทางเด็กๆที่กองหน้าชาวบราซิเลียนแสดงออกมาด้วยซ้ำ เมสซีหันหลังให้ก่อนก้าวไปเรื่อยๆเตรียมตัวกลับที่ฝึกซ้อมของตัวเอง

 

 

                “คู่หู! พรุ่งนี้น่ะ ... วันพรุ่งนี้! ...” เนย์มาร์เลือกที่จะไม่พูดต่อ คำพูดบางคำพูดเขาคิดว่าควรจะพูดในวันๆนั้นมากกว่า “ไว้เจอกันคู่หู ...” แล้วก็เลือกคำบอกลาไปแทนก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อเก็บของกลับที่พักเช่นกัน

 

 

...การนัดเดทกลางสนามบอลของพวกเขาสองคนมันเพิ่งจะเริ่มต้น... 

 

*****************************************************

ภาพประกอบหนึ่งภาพแถม ... อุ้มกันแบบนี้เลยทีเดียว ...

 

 

**********************************************

เป็นฟิครับวันทานาบาตะเลยทีเดียว มุ้งมิ้งกันเลยทีเดียว ...

สองคนนี้เขาเป็นคู่หูกันครับ ... แต่เวลาอยู่ด้วยกันโคตรมุ้งมิ้ง #อย่าให้ได้แจกภาพคือมุ้งมิ้งกันไม่สนใจเมียเลยทีเดียวสองคนนี้ lol

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ไอ้ที่เหมือนจะไม่มีอะไรนี่ล่ะ ที่มันทำให้ดูมีอะไรๆ
ชอบตอนที่เนย์มาร์เรียกเมสซีจังเลยแฮะ จู่ๆก็คิดว่าน่ารักชะมัดเลยคู่นี้ ฮะๆๆ
Hot! Hot! Hot!

#1 By マーイ on 2014-07-07 23:59