[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Love your smile

posted on 14 Jul 2014 20:24 by lukson-kun

[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Love your smile

 

Paring: Neymar * Messi [Neymessi] AllMessi ??

Note: แฟนฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการในหลายๆส่วนครับเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่จึง “ไม่เป็นความจริง” นะเออ แต่ตัวละครและสถานที่น่ะมีอยู่จริงนะเออ ...

ปล. นี่มันฟิคปลอบใจตัวเองล้วนๆ โอเค ยินดีกับเยอรมันครับ(จริงๆนะ) แต่สี่ปีข้างหน้าอาร์เจนติน่าขอถ้วยแชมป์นะ ฮะๆ

ปลล. รอบนี้ขอใช้ชื่อ เลโอ แทน เมสซี ล่ะนะ #แต่ยังไม่ชินเลยให้ตายปกติใช้แต่เมสซีๆแงงงง้

******************************************************************

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดด!

.

.

.

                เสียงนกหวีดที่ตอกย้ำว่าเวลานั้นได้จบลงแล้วพร้อมกับตำแหน่งแชมป์ที่ตกเป็นของทีมชาติเยอรมัน ไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อมีคนดีใจก็ต้องมีคนเศร้าแล้วยิ่งน่าเศร้ายิ่งกว่าเมื่อความฝันสูงสุดนั้นไม่สามารถคว้าได้ทั้งๆที่อยู่แค่ตรงหน้า ... ทุกสีหน้า ทุกการกระทำของผู้ชายที่ชื่อลิโอเนล เมสซีบอกได้เลยว่า ...เขา... เห็นทุกอย่าง สีหน้าที่ทำเป็นสงบนิ่งนั่น สายตาที่มองโกลเดน บอลนั่น รอยยิ้มที่ฝืนแค่นยิ้มออกมานั่น ...เขา... เห็นทุกอย่าง

 

                ทันทีที่นักข่าวกรูกันเพื่อไปถ่ายรูปแชมป์และรองชนะเลิศก็ปลีกตัวกันไปที่ห้องแต่งตัว เนย์มาร์ก็ใช้โอกาสนี้ในการแวบแอบไปที่ห้องแต่งตัวของทีมอาร์เจนติน่าเช่นเดียวกัน แทบไม่ต้องรอใครอนุญาตและไม่มีการเคาะประตู เจ้าของผิวสีแทนเปิดพรวดเข้าห้องแต่งตัวของนักเตะอาร์เจนติน่าทันที

 

                ทุกสายตาที่อยู่ภายในห้องหันมองอาคันตุกะผู้มาใหม่ด้วยสายตามึนงงแต่คนโดนมองกลับไม่สนใจใคร เดินดุ่มๆตรงเข้าไปหากัปตันร่างเล็กที่เงยมองเขานิ่งๆ

 

                “ทำไมนาย ... อยู่ที่นี่ล่ะคู่หู ...” การแสร้งทำหน้างงด้วยใบหน้านิ่งและแววตาที่เศร้าอย่างไม่ปิดบัง

 

                รุ่นน้องร่วมสโมสรชักสีหน้าแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะใส่ก่อนที่เขาจะดึงร่างของรุ่นพี่ตัวเล็กตรงหน้าเข้ามากอดแน่นไม่สนสายตาประชาชนชาวอาร์เจนติน่าที่มองอยู่เป็นตาเดียว “พี่สุดยอดมากคู่หู ... พี่สุดยอดที่สุดแล้ว พี่น่ะโคตรของโคตรเจ๋งเลย ทีมอาร์เจนติน่าปีนี้น่ะสุดยอดจริงๆนะคู่หู”

 

                จากอารมณ์เศร้าแทบจะถูกกลบด้วยความสงสัยทันที ไม่มีใครพูดอะไรมีเพียงแค่สายตาที่มองคนกอดและคนโดนกอดสลับกันไปมาเท่านั้น ...เฮ้ๆ นี่มีการตั้งกล้องแอบไว้อยู่รึเปล่าเนี้ย ... ความคิดแทบจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าอาจมีการล้อเล่นอะไรรึเปล่า ถ้าใช่มันไม่ตลกเลยสำหรับความรู้สึกและพวกเขาก็พร้อมที่จะหิ้วเจ้ากองหน้าชาวบราซิเลียนคนนี้ออกจากห้องแต่งตัวและออกห่างจากกัปตันของพวกเขาได้เสมอ

 

                เลโอยังคงยืนนิ่งงันไม่พูดไม่จาและไม่แสดงอาการใดๆออกมาให้ได้เห็นจนเนย์มาร์เลือกที่จะกดใบหน้าของรุ่นพี่ร่วมสโมสรให้ซุกลงที่อกตัวเองพร้อมกับลูบผมอีกฝ่ายเบาๆเหมือนที่เลโอทำเวลาปลอบใจเบาอย่างที่ผ่านๆมา “คู่หู ... ผมอยู่ตรงนี้ พี่น่ะสุดยอดที่สุดแล้ว พี่ชนะแล้วนะ ชนะใจทุกคน พี่ได้ถ้วยแชมป์เป็นหัวใจของแฟนบอลไปแล้วนะคู่หู พวกเขารอพี่พาทีมไปบอลโลกที่รัสเซียอยู่นะ ...”

 

                คำพูดยาวๆที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มติดทะเล้นนั่นไม่รู้ทำไมถึงเป็นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบทำลายทำนบความรู้สึกสุดท้ายที่อุตส่าห์ฝืนดันมันเอาไว้ให้ทลายออกได้ง่ายดายนัก กัปตันร่างเล็กได้แต่เพียงปล่อยโฮออกมาเหมือนเด็กๆ ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากนอกจากเสียงสะอื้นฮั่กที่พยายามจะกลั้นไว้ไม่ให้ดังลอดออกมา

 

                ...ทุกคนรู้ว่าคนตัวเล็กคนนี้ฝืนแบกรับทุกอย่างมาตลอด เขาต้องแบกรับความหวังของแฟนบอลทั้งประเทศและความฝันของตัวเอง การอยู่บนสนามตำแหน่งกัปตันทำให้เขาแสดงความอ่อนแอนั้นออกมาไม่ได้ แม้แต่ตอนที่ถอดปลอกแขนกัปตันออกในห้องแต่งตัวคนๆนี้ก็ยังคงไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมาเหมือนพยายามฝืนกดมันเอาไว้ด้วยสีหน้าที่นิ่งที่สุด ตอนนี้พวกเขาชักรู้สึกของคุณกองหน้าเบอร์ 10 ของบราซิลคนนี้ที่ทำให้กัปตันของพวกเขาทิ้งภาระและความหวังออกจากบ่าเล็กๆนั่นได้สักที...

 

                เนย์มาร์ขยับยิ้มบางลูบผมสีเข้มของคนตัวเล็กกว่าเบาๆ เขาไม่พูดอะไรนอกจากเพียงแค่กอดรุ่นพี่ตัวเล็กเอาไว้แน่นๆ ปล่อยให้คนในอ้อมกอดนั้นร้องไห้จนกว่าจะพอใจเหมือนที่รุ่นพี่คนนี้ใช้วิธีนี้ปลอบเขาตอนที่เขาเสียใจในตอนที่บาดเจ็บและตอนที่บราซิลแพ้

 

                “ผมเป็นห่วงมากเลยรู้มั๊ยตอนเห็นหน้าพี่เดินขึ้นไปรับรางวัลโกลเดน บอลกับเหรียญรองชนะเลิศ...” คนอายุน้อยกว่าเริ่มเปิดปากพูดโดยไม่สนใจเลยว่ามีอีกกี่ชีวิตที่จะฟังประโยคที่เขาต้องการจะพูดให้แค่คนที่อยู่ในอ้อมกอดตัวเองได้ฟัง “หน้าของพี่นิ่งแล้วก็ซึมมากเลยคู่หู ทุกอย่างมันแสดงออกทางหน้าของพี่จนหมด ผมเชื่อมั่นว่าสี่ปีข้างหน้าพี่จะพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์ได้แน่นอนคู่หู จำปีนี้เอาไว้เป็นบทเรียนแล้วอีกสี่ปีข้างหน้าอย่าผิดพลาดแบบครั้งนี้อีก แล้วก็ถึงเวลานั้นผมเชื่อว่าพี่จะแข็งแกร่งพอที่จะพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์”

 

                ประโยคคุ้นหูทำเอาคนที่เคยพูดประโยคนี้ถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของรอยยิ้มแสนทะเล้นที่ส่งยิ้มกวนๆมาให้เหมือนไม่ดูสถานการณ์ แต่นั่นล่ะคือสิ่งที่ทำให้คนที่ร้องไห้เป็นเด็กๆเมื่อครู่นั้นหลุดยิ้มออกมาจนได้

 

                “นั่นน่ะ ... ประโยคคำพูดของฉันไม่ใช่หรือไง ??”

 

                “แต่มันก็ทำให้พี่ยิ้มได้แล้ว โอเคถือว่ามุขก๊อปประโยคนั้นผ่าน” รุ่นน้องผิวแทนยักคิ้วส่งให้ “ผมชอบเวลาพี่ยิ้มมากกว่าจริงๆ พี่เหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าการทำหน้าเศร้าเป็นไหนๆเลยคู่หู เวลาเศร้ามีไม่นานนะพี่ต้องพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์อีกถ้ามัวเศร้าผมจะคว้าทั้งแชมป์โคอาอเมริกาทั้งแชมป์ฟุตบอลโลกที่รัสเซียไปนะคู่หู”

 

                “เฮ้ๆๆ กล้าพูดประโยคนั้นต่อหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าทั้งทีมนี่ถือว่ากล้าตายมากเลยนะ” ประโยคนี้มาพร้อมกับแขนของอเกวโร่ที่ดึงร่างกัปตันตัวเล็กให้ออกจากการโดนกองหน้าต่างทีมชาติกอดมากอดเอาไว้แทนก่อนที่ร่างของกัปตันอาร์เจนติน่าจะโดนบังด้วยนักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า “ทำคะแนนพอแล้วมั๊งกองหน้าบราซิล”

 

                “โหย ... อย่ายึดคู่หูผมไว้นานสิ ... นั่นคู่หูผมนะ” หนุ่มผิวแทนได้แต่แย้งเย้วๆไม่ยอมที่จู่ๆก็โดนแย่งคนตัวเล็กไป “บอลโลกจบแล้วคืนเมสซีมาให้ผมสิ นั่นคู่หูของผมนะ”

 

                “หา ... เลโอน่ะคู่หูของฉันต่างหาก” กองหน้าเบอร์ 20 ของอาร์เจนติน่ายิ้มยียวนนิดๆส่งให้  “แล้วอีกอย่างตอนนี้ยังอยู่ในห้องแต่งตัวของอาร์เจนติน่าอยู่เพราะงั้นกัปตันยังเป็นของพวกเรานะ”

 

                “ฉันเห็นด้วย ตอนนี้นายอยู่กลางชาวอาร์เจนติน่านะเนย์มาร์ ดา ซิลวา ...” อังเคล ดิ มาเรียเสริมทัพด้วยอีกคนพร้อมด้วยการยืนบังกัปตันร่างเล็กของพวกเขาเอาไว้

 

                ดูเหมือนตอนนี้เนย์มาร์จะตกอยู่กลางดงศัตรูไม่มีผิด ... เฮ้ๆ นี่มันศึกชิงนางหรือยังไง ?? ... คิดแล้วก็อดขำพรืดไม่ได้ เอาสิ แย่งคนตัวเล็กๆนั่นใครว่าเขาไม่พร้อมจะแย่งล่ะนั่นคู่หูของเขาเชียวนะ

 

                “เดี๋ยวลาลีกา สเปนแล้วเมสซีก็กลับมาเป็นคู่หูของผมแล้ว...” โต้คืนแบบชิลๆตามสไตล์พร้อมไหวไหล่แบบไม่แคร์ “ใช่ไหมคู่หู ??” ยังไม่วายจะส่งคำถามกลับไปให้คนที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มองครักษ์อีกด้วย

 

                “เลโอ ... นายไม่สนใจจะย้ายมาอยู่แมนฯซิตี้หรอ ??” กลายเป็นทั้งห้องหันขวับมาหาอเกวโร่เป็นตาเดียวแทนเพราะนอกจากเจ้าตัวจะถามแล้วยังเนียนกอดไหล่คนตัวเล็กกว่าไว้ด้วย ส่วนทางด้านเลโอก็ได้แต่ทำหน้ามึนๆเหมือนประมวลสถานการณ์ไม่ทันส่งตอบมาแทน “แมนฯซิตี้ยอมลงทุนซื้อนายนะ มาเป็นกองหน้าคู่กับฉันดีกว่า”

 

                “เฮ้ย! ไม่ได้นะ!” แม้เสียงของเนย์มาร์จะดังสุดแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแค่เสียงของเนย์มาร์คนเดียวที่แย้ง

 

                “เอ่อ ... ฉันยังไม่คิดจะย้ายจากบาร์เซโลน่าหรอกนะ” คำตอบที่ดูจะเป็นการปฏิเสธกลายๆทำเอาหนุ่มบราซิเลียนแทบจะกระโดดจนตัวลอยและทำเอาอีกหลายๆคนในห้องแต่งตัวถอนหายใจโล่งอย่างเงียบๆ “แต่ทำไมนายไม่ย้ายมาบาร์เซโลน่าล่ะเซร์คิโอ ??” คำถามที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆตามแบบฉบับเจ้าตัว

 

                ...ย้ายตอนนี้เลยทันไหม ??... คำถามเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวคนโดนถามแต่ ... มันย้ายกันง่ายๆที่ไหนล่ะไอ้ย้ายทีมเนี้ยให้เขาย้ายไปบาร์ซ่า สู้ให้คนตัวเล็กนี่ย้ายมาแมนฯซิตี้ไม่ง่ายกว่าหรือไง ??

 

                “ไม่ได้นะพี่! แบบนั้นกองหน้าข้างๆพี่ก็อาจไม่ใช่ผมสิคู่หู” กองหน้าบราซิลรีบแย้งทันควันพร้อมแสดงสีหน้ามุ่ยเหมือนเด็กๆที่กำลังจะโดนขัดใจ “บาร์ซ่าเพิ่งซื้อซัวเรสมาเป็นกองหน้าอีกคนด้วย ตอนนี้ไม่มีที่สำหรับใครแล้ว” เหมือนจะจงใจพูดใส่หลายๆคนในห้องแต่งตัวด้วยกับคำว่า ‘ไม่มีที่สำหรับใครแล้ว’

 

                “ถ้านายเจ๋งจริงนายก็ไม่โดนดีดไปตัวสำรองหรอกน่า” อเกวโร่ยกยิ้มยียวนนิดๆส่งให้ แลดูจะเป็นการเปิดสงครามเย็นกันกลายๆโดยที่สาเหตุก็ยังคงยืนทำหน้ามึนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

                “นี่มันศึกชิงนาย ??” โกลคีปเปอร์ของทีมชาติอาร์เจนติน่าถึงกับมองด้วยความงุนงง “กัปตันของเรานี่เนื้อหอมใช่เล่นเลยแห๊ะ” พูดพลางหัวเราะเบาๆโดยไม่สนใจสายตาของกัปตันตัวเล็กที่เงยมองขึ้นมา

 

                “ศึกชิงนาย ?? ไม่ตลกน่าโรเมโร่” เลโอส่ายหน้าไปมาเบาๆ “พวกนายก็เลิกสร้างบรรยากาศแปลกๆสักที เดี๋ยวใครๆก็เข้าใจผิดไปไหนต่อไหนหรอก”

 

                ...คงไม่เดี๋ยวล่ะมั๊ง... ความคิดแทบจะดังมาเป็นเสียงเดียว นี่พวกเขาแทบลืมคิดไปเลยนะว่าไม่ว่าใครก็มีแฟนสาวมีลูกๆกันหมดแล้ว แย่งกันซะเหมือนกัปตันตัวเล็กคนนี้เป็นสาวน้อยเสน่ห์แรงอย่างนั้นล่ะ ...เออ แต่ก็ใช่ ไม่ใช่เหมือนสาวน้อยนะเสน่ห์แรงต่างหาก...

 

                “นี่ทีมของเรามีกัปตันเสน่ห์แรงขนาดที่มีนักเตะสองคนแข่งกันแสดงความเป็นเจ้าของเชียวหรอเนี้ย” คำพูดของดิ มาเรียทำเอาคนอื่นๆถึงกับหัวเราะพรืด “ไม่ได้การล่ะๆ ฉันจะได้เจอเมสซีแค่ทีมชาติด้วยต้องรีบทำคะแนนบ้างสิ เดี๋ยวไม่ได้อยู่เรอัล มาดริดแล้วคงเจอกันยาก” แล้วก็ร่วมชงด้วยอีกคนแบบเอาสนุกและจุดชนวนให้คนอื่นๆดูอยากจะเข้าร่วมวงแย่งกัปตันตัวน้อยกันด้วย

 

                สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าทุกคนในห้องแต่งตัวร่วมด้วยช่วยกันเถียงและหยอดใส่กัปตันร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์กันแทนซะอย่างนั้น เดี๋ยวดึงไปลูบหัวบ้าง ดึงไปโอบไหล่บ้าง ดึงไปกอดบ้าง ดึงไปอุ้มบ้างเวียนจนครบทุกคนทำเอาคนโดนเวียนชักจะเวียนหัวขึ้นมาหน่อยๆ

 

                “ไม่สงสารคู่หูของผมเลย ตัวก็มีแค่เนี้ยโดนอุ้มโดนกอดช้ำไปหมดแล้ว” เนย์มาร์แหวกกองทัพฟ้าขาวแล้วดึงคนตัวเล็กที่สุดในห้องแต่งตัวมากอดเอาไว้แน่น แสดงสีหน้าแบบเด็กหวงของใส่ทุกๆคน “เนี้ยของผมเท่านั้นจนกว่าผมจะย้ายจากบาร์ซ่านั่นล่ะ”

 

                “คู่หูๆ ... หายใจ ... ไม่ออก...” คนโดนกอดถึงกับตีแขนสีแทนปุๆเพราะโดนกอดแน่นซะจนหายใจลำบาก พอโดนปล่อยเป็นอิสระได้ก็ถึงกับถอนหายใจเฮือก “นึกว่าจะตายซะแล้ว ... พวกนายจะฆ่ากันหรือไง ??” ตีหน้าขรึมขมวดคิ้วใส่ลูกทีมทุกคนที่ดูจะสนุกกับการเวียนกอดเวียนอุ้มเขาเหลือเกินแต่นั่นดูไม่น่ากลัวเลยซักนิดสำหรับกัปตันตัวเล็กตอนนี้

 

                ...ยิ่งน่าแกล้งเข้าไปใหญ่...

 

                “เอาน่าเลโอ ... อย่าทำหน้าดุสิมันไม่น่ากลัวเลยนะ” อเกวโร่ยิ้มขำกับท่าทางนั่นของเพื่อนที่แทบจะเรียกว่าเพื่อนรักก็ได้ “อีกอย่างไม่ดีหรือไงบรรยากาศตอนนี้ก็ไม่ได้เศร้าอะไรแล้วด้วย ดีกว่าตอนแรกที่เข้ามาห้องแต่ตัวเยอะเลยนะ” แขนที่เต็มไปด้วยรอยสักผายมือไปรอบๆห้องให้ได้สังเกตซึ่งก็จริงอย่างที่ว่า ทุกคนส่วนมากไม่ยิ้มก็หัวเราะกันแล้ว รวมถึงตัวของเลโอด้วยเหมือนกัน “นายมันเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าจริงๆนั่นล่ะเลโอ...”

 

                “ขอโทษนะ ... แต่ฉันเสียใจมากจริงๆ อีกแค่ ... นิดเดียวแท้ๆ” แล้วบรรยากาศก็โดนดึงไปเศร้าอีกครั้งด้วยฝีมือคนตัวเล็กๆคนเดิม “ฉันน่าจะ ... หวา!!!”

 

                ก่อนที่เลโอจะพูดอะไรต่อเขาก็ถูกอเกวโร่อุ้มจนตัวลอยจากพื้นไปเรียบร้อยแล้ว “ไม่เอาน่ากัปตัน สี่ปีข้างหน้าค่อยเอาใหม่ นายน่ะสุดยอดแล้วจริงๆมาถึงรอบชิงได้เนี้ยไม่ใช่ดวงของทีมเราหรอกนะ เพราะพวกเราพยายามเต็มที่ต่างหาก” คนโดนอุ้มมองหน้าเพื่อนรักตัวเองปริบๆก่อนจะขยับยิ้มออกมาแต้มใบหน้าอีกครั้ง “สี่ปีข้างหน้าพวกเรามาพยายามกันใหม่แล้วชูถ้วยแชมป์ด้วยกัน ปีนี้มาถึงรอบชิง ปีหน้าน่ะอาร์เจนติน่าเป็นแชมป์แน่ๆ”

 

                “เฮ้ๆๆ นายจะพระเอกคนเดียวไปแล้วนะอเกวโร่”

 

                แล้วศึกแย่งกัปตันก็เกิดขึ้นอีกครั้งโดยคนที่ตกเป็นเป้าหมายก็เอาแต่กอดคอเพื่อนรักเอาไว้ไม่ให้ตัวเองร่วงลงพื้นเวลาที่อเกวโร่อุ้มเขาวิ่งหนีเพื่อนร่วมทีมไปรอบๆห้องแต่งตัว ส่วนเนย์มาร์กลับไปยืนทำหน้าเบ้อยู่ตรงประตูเหมือนเด็กที่ไม่ได้รับความสนใจแทน นั่นทำเอาเลโอต้องบอกให้อเกวโร่วางตัวเขาลงเพื่อจะเดินไปหารุ่นน้องร่วมสโมสร

 

                “ดูทำหน้าเข้าสิคู่หู” หนุ่มอาร์เจนไตน์ร่างเล็กยิ้มขำกับท่าทางของรุ่นน้องผิวแทนที่ยังไม่เลิกทำหน้าเบ้ “เหมือนเด็กโดนเมินเลยนะ...”

 

                “ก็พี่ไม่สนใจผม ... ใช่สิ ผมแค่คู่หูในสโมสรนี่” คำประชดแบบเด็กๆทำเอาฮาครืนกันทั้งห้องแต่งตัว “อย่ามาหัวเราะน่า!”

 

                “คู่หู ... ฮะๆ ไม่ได้ไม่สนใจด้วยเนี้ยสนใจอยู่ไง” รุ่นพี่ตัวเล็กพยายามกลั้นขำสุดชีวิตแต่มันดูยากเย็นเหลือเกินในตอนนี้ “นายเป็นคู่หของฉันนี่นา ... ฮะๆ”

 

                “ไม่ต้องมาพยายามกลั้นขำเลยพี่ ผมรู้ว่ามันลำบาก” เนย์มาร์ยืนกอดอกพิงประตูมองคนตัวเล็กที่พยายามกลั้นขำอยู่ “ผมเป็นห่วงพี่แท้ๆ สุดท้ายมาเมินกันได้ ... แล้วใจสนามน่ะ ... ยิ้มหวานใส่กรรมการเลยนะพี่”

 

                “บอกแล้วไงว่าไม่ได้เมิน ฮะๆ ถ้านายไม่เข้ามา ... ฮะๆๆ บรรยากาศคงอึมครึมกว่านี้ แล้วก็แค่คุยเฉยๆต่างหาก” หลักจากความพยายามในการกลั้นขำประสบผลสำเร็จกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ก็เปลี่ยนมายิ้มตามสไตล์เจ้าตัวแทน “เพราะนายเลยนะคู่หู ขอบใจ... ขอบใจนายมากเลยจริงๆเนย์มาร์”

 

                คนทำหน้าเบ้ถึงกับแสดงสีหน้าไม่ถูกพอโดนพูดแบบนี้ได้แต่เกาท้ายทอยแก้เขินไปเรื่อย “ผมว่า... ผมควรกลับได้แล้วพี่ก็ต้องเตรียมตัวกลับที่พักด้วยนี่นะ ไว้เจอกันที่ ... บาร์เซโลน่าคู่หู” แล้วก็ตัดสินใจรีบหนีออกจากห้องแต่งตัวของทีมอาร์เจนติน่าอย่างรวดเร็ว ...พี่จงใจแกล้งผมรึไงกัน...

 

                “คู่หู! ... ไว้เจอกันที่บาร์เซโลน่า” กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าโผล่หน้าออกมาจากห้องแต่งตัวตะโกนบอกตอบ ใบหน้าที่ตอนแรกซึมกะทื่อตอนนี้กลับขยับยิ้มได้แม้จะไม่กว้างเท่าไรแต่ก็พอทำให้ยิ้มออก ...ขอบใจนะคู่หู...

.
.
.

แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่จนกว่าจะทำความฝันเป็นจริงได้ เวลายังไม่หมด

 

*****************************************************************

นี่มันฟิค AllMessi ชัดๆ!

เขียนปลอบใจตัวเองไม่เน้นความเรียลครับ เน้นความฟินล้วนๆ โฮววววว

อยากเห็นรอยยิ้มน่ารักๆนั่นอีก ... รอลาลีกาเปิดสนามเร็วๆจะได้เห็นสักที ซิกๆ

คิดว่าเมสซีคงเป็นกัปตันที่ทุกคนในทีมเอ็นดู(?)สุดๆและหวงสุดๆแน่นอน

เอาล่ะสู้กันใหม่อาร์เจนติน่า สู้กันใหม่เมสซี สู้กันใหม่บราซิล สู้กันใหม่เนย์มาร์

สี่ปีข้างหน้าเราเชื่อว่าพวกนายจะแข็งแกร่งกว่าเดิม ! <3

 

ปล. ฟิคเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ... เมสซีไม่ใช่พระเอก ... แต่เป็นนายเอกต่างหากล่ะ #โดนโบกคว่ำแงงงง้

หลักฐาน...(?) คนที่แสนเลอค่าของทีม ฮื้ออออ

 

 

[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Stay with me…

posted on 13 Jul 2014 23:23 by lukson-kun

[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Stay with me…

 

Paring: Neymar * Messi [Neymessi]

Note: แฟนฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการในหลายๆส่วนครับเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่จึง “ไม่เป็นความจริง” นะเออ แต่ตัวละครและสถานที่น่ะมีอยู่จริงนะเออ ...

ปล. เปิดเพลง stay with me ไปด้วยนะ ... บิ้วอารมณ์ๆ

ปลล. รอบนี้ขอใช้ชื่อ เลโอ แทน เมสซี ล่ะนะ #แต่ยังไม่ชินเลยให้ตายปกติใช้แต่เมสซีๆแงงงง้

******************************************************************

 

Neymarjr.: ผมไปหาพี่ที่ห้องพักได้ไหม ??

.
.
.
.

                กว่าที่เลโอจะหยิบโทรศัพท์ดูข้อความที่เด้งขึ้นมานั่นก็ปาเข้าไปเกือบ 3 ชั่วโมงให้หลังแล้ว เขาเพิ่งจะเลิกซ้อมและกำลังจะเตรียมตัวกลับที่พักเพื่อพักผ่อนก่อนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศที่ต้องเจอกับเยอรมนีวันพรุ่งนี้ และทันทีที่เช็คโทรศัพท์แล้วเห็นข้อความของรุ่นน้องร่วมสโมสรความรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นก็กัดกินความคิดของเขาแทบจะทันที

 

                Leo: ขอโทษทีคู่หู ฉันเพิ่งจะเลิกซ้อม ตอนนี้นายอยู่ไหน ??

 

                กัปตันร่างเล็กยืนรอข้อความตอบกลับอยู่ร่วมหลายนาทีแต่ก็ยังไม่มีแม้จะขึ้นว่า read ด้วยซ้ำ เขาเลยเลือกถือสมาร์ทโฟนของตัวเองเดินเข้าห้องแต่งตัวไปเก็บของเปลี่ยนเสื้อเพื่อที่จะเดินทางกลับโรงแรมที่พักอยู่กับเพื่อนๆในทีม แน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะโทรไปหาแฟนสาวของเขา ฟังเสียงของเธอและเสียงอ้อแอ้ของลูกชายตัวน้อยวัยขวบกว่าๆเพื่อเพิ่มกำลังใจอีกส่วนหนึ่งให้ตัวเองด้วย ... จะว่าเขาติดลูกก็ได้ โอเค เขายอมรับ ...

 

                หลังจากคุยกันเสร็จก็หันมาเก็บของและเดินออกจากห้องแต่งตัว น่าแปลกใจที่ข้อความที่ส่งไปให้รุ่นน้องผิวแทนร่วมสโมสรนั้นยังคงไม่ขึ้นว่าถูกอ่านแล้วเหมือนเดิม ... อาจกำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า ??...

 

                Neymarjr.: ผมอยู่ที่โรงแรมที่พวกพี่พักอยู่

 

                “เฮ้ย!?” ถึงกับตะโกนด้วยความตกใจ ... อยู่ที่โรงแรม ??... บ้าน่า เกิดอะไรขึ้นกับคู่หูรึเปล่า ปกติไม่มาแนวๆนี้แน่นอนไม่ใช่หรือไง ??

 

                Leo: นายอยู่ที่นั่นนานหรือยัง ?? รออีกแปบนะฉันกำลังรีบกลับที่พักน่ะคู่หู

 

                กองหน้าร่างเล็กของทีมชาติอาร์เจนติน่ารีบจ้ำขึ้นรถบัสก่อนเป็นคนแรก ในใจเริ่มกระวนกระวายอาจมีอะไรเกิดขึ้นกับรุ่นน้องร่วมสโมสรคนนี้หรือเปล่า ยิ่งข้อความที่ตอบมาแต่ละทีนั้นช้าแสนช้ายิ่งทำให้รู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่ ระหว่ารอเพื่อนร่วมทีมขึ้นรถบัสจนครบเลโอเลยถือโอกาสเข้าอินเตอร์เน็ตเพื่อตรวจสอบข่าวการแข่งขันชิงที่สามไปด้วย

 

                ทันทีที่เห็นผลการแข่งขันกัปตันร่างเล็กวัย 27 ปีก็แทบจะไม่ต้องเดาเลยว่ารุ่นน้องร่วมสโมสรของตนนั้นเป็นอะไร ความรู้สึกเป็นห่วงเริ่มจุกอยู่ในอกจนแทบรอให้รถบัสเคลื่อนตัวออกจากสนามซ้อมกลับสู่โรงแรมแทบไม่ไหว

 

                Neymarjr.: ผมอยู่ตั้งแต่ส่งข้อความหาพี่ ...

 

                ข้อความที่เพิ่งถูกส่งตอบมายิ่งทำให้เลโออยากจะเร่งคนขับรถบัสให้พาไปถึงที่หมายเร็วๆใจจะขาด เขาเป็นห่วงรุ่นน้องตัวแสบคนนั้น ... เด็กคนนั้นอ่อนไหวมาก ... มากเกินไปที่จะอยู่คนเดียวในเวลานี้ ...

 

                Leo: รออยู่ที่นั่นนะ ถ้าถึงแล้วเดี๋ยวฉันทักนายไปคู่หู

 

                คราวนี้หน้าจอขึ้นว่า read แทบจะทันทีที่เขาพิมพ์ตอบไปแต่คนอีกฝั่งก็ไม่ได้ส่งข้อความตอบกลับมา ...ช่วยขับรถเร็วๆหน่อยไม่ได้หรือยังไงกัน!!....

 

 

 

                เนย์มาร์นั่งจ้องโทรศัพท์มือถือของตนเองหลังจากข้อความสุดท้ายที่รุ่นพี่ร่วมสโมสรส่งข้อความมาหาเขา ความจริงเขานั่งจ้องมือถือตัวเองมาตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้วด้วยซ้ำ เขาเดินทางมาที่โรงแรมที่รุ่นพี่ร่วมสโมสรของเขาพักอยู่แทบจะทันทีที่ปลีกตัวออกมาหลังการแข่งขันชิงที่สามนั้นจบไป และแน่นอนบราซิลนั้นแพ้ ... มันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แค่คิดว่าสี่ปีข้างหน้าค่อยเอาใหม่ ค่อยมาพยายามใหม่แล้วใช้การพ่ายแพ้ในปีนี้เป็นบทเรียน

 

                กองหน้าผิวแทนนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์นิ่งอยู่แบบนั้นอีกพักใหญ่ หน้าจอมันยังคงดำสนิทเพราะอยู่ในระหว่างการพักหน้าจอ ยังไร้ข้อความเด้งขึ้นมา ... ช้าจัง ...

 

                อาการปวดจี๊ดๆที่หลังยังคงทำให้รู้สึกรำคาญไม่เลิก เอาจริงๆเขาก็ยังไม่ได้หายสนิท อาการปวดยังคงแสดงออกมาทุกครั้งที่เขาเดินหรือเผลอขยับตัวอย่างแรง เขาอยากหายเร็วๆเพราะจบบอลโลกก็เป็นลีก ลาลีกาสเปนแล้ว เขาอยากหายทันลงตัวจริง ... เขาอยากลงเตะกับรุ่นพี่ตัวเล็กคนนั้น ...

 

            Leo: คู่หูอยู่ไหนน่ะ ??

 

                ข้อความเด้งขึ้นมาเรียกเนย์มาร์ให้ออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง หนุ่มผิวแทนชะโงกหน้าไปที่ประตูทางเข้าของโรงแรม เขาเห็นนักเตะของทีมอาร์เจนติน่าทยอยเดินกันเข้ามาแล้วและเขาก็เห็นรุ่นพี่ตัวเล็กคนนั้นแล้วด้วยแต่เขาเลือกที่จะไม่แสดงตัวแล้วตอบข้อความไปแทน

 

                Neymarjr.: พี่พักอยู่ห้องไหน ... เดี๋ยวผมขึ้นไปหาที่ห้องพักดีกว่าจะได้ไม่วุ่นวาย

 

                Leo: ฉันพักอยู่กับอเกวโร่นี่สิ

 

                หนุ่มบราซิเลียนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลุกไปที่เคาท์เตอร์ของโรงแรมเพื่อจองห้องพัก มันโชคดีที่ยังมีห้องพักว่างอยู่แม้จะอยู่ห่างไกลกับชั้นที่นักเตะอาร์เจนติน่าพักอยู่ก็เถอะ

 

                Neymarjr.: ผมเปิดห้องพักแล้ว ... คืนนี้พี่พักกับผมได้ไหมคู่หู ...

 

                คราวนี้เป็นทางฝ่ายเลโอซะเองที่เงียบไปนานก่อนที่ข้อความจะเด้งขึ้นมาอีกครั้ง

 

                Leo: ก็ได้ ... นายพักห้องไหนล่ะคู่หู ... ?

 

                ตามจริงเขาไม่คิดว่ารุ่นพี่ร่างเล็กคนนั้นจะยอมทำตามคำขอร้องที่ดูเอาแต่ใจของเขาด้วยซ้ำไป มันดูเอาแต่ใจเกินไปแล้วก็ดูจะรบกวนทั้งรุ่นพี่ของเขาและเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย

 

                Neymarjr.: ผมพักอยู่ห้อง .....

 

 

 

                เนย์มาร์นอนเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อยๆระหว่างรอเสียงเคาะประตูที่ห้องพักของตัวเอง เขานอนรออยู่ในสภาพนี้มาเกือบชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ที่เขาตอบข้อความสุดท้ายไป เปลี่ยนช่องไปมาเรื่อยๆหวังให้มันฆ่าเวลามากกว่าที่จะหาช่องใดช่องหนึ่งดู

 

                ติ๊ง!

 

            Leo:  ฉันอยู่หน้าห้องนายแล้วนะคู่หู ...

 

                คนที่นอนเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆแทบจะกระโดดลงจากเตียงแล้วพุ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว เจ้าของห้องพักส่องผ่านตาแมวเห็นคนตัวเล็กในชุดเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงขาสั้นสบายๆยืนรอพร้อมถือสมาร์ทโฟนของตัวเองอยู่ มือสีแทนปลดล็อคกลอนแล้วเปิดประตูห้องออกช้าๆ

 

                “นึกว่าจะมาผิดห้องซะแล้ว ฉันเลยไม่กล้าเคาะห้องน่ะคู่หู” รอยยิ้มอบอุ่นตามแบบฉบับของเจ้าตัวส่งมาให้รุ่นน้องผิวแทนซึ่งเนย์มาร์ก็แค่ยิ้มตอบบางๆแล้วขยับตัวหลีกทางให้กัปตันร่างเล็กเดินเข้ามาในห้อง เลโอรีบเดินเข้าไปในห้องพักอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีคนเห็น เขาไม่อยากทำให้เกิดความวุ่นวาย

 

                “ขอโทษที่ผมเอาแต่ใจนะคู่หู ...” หลังจากที่ปิดประตูล็อคเหมือนเดิมแล้วกองหน้าเบอร์ 10 ของบราซิลก็เอาแต่ยืนทำหน้าหงอยอยู่ที่ประตู ผิดกับเจ้าของร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์ที่ตอนนี้ไปนั่งแปะที่ปลายเตียงไล่เปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรียบร้อยแล้ว

 

                “นายทำฉันเป็นห่วงแทบแย่เลยนะคู่หู มานี่สิ” มือขาวๆนั่นกวักเรียกคนที่ยังยืนหงอยอยู่ตรงประตูให้เดินเข้ามาหา หนุ่มผิวแทนทิ้งน้ำหนักตัวนั่งลงข้างๆรุ่นพี่ตัวเล็ก “ฉันเชื่อมั่นว่าสี่ปีข้างหน้านายจะพาบราซิลคว้าแชมป์ได้แน่นอนคู่หู” รอยยิ้มปลอบโยนมาพร้อมกับมือขวาที่ลูบผมของรุ่นน้องตัวสูงเบาๆ “จำปีนี้เอาไว้เป็นบทเรียนแล้วอีกสี่ปีข้างหน้าอย่าผิดพลาดแบบครั้งนี้อีก แล้วก็ถึงเวลานั้นฉันเชื่อว่านายจะแข็งแกร่งพอที่จะพาบราซิลคว้าแชมป์”

 

                “ถ้าพี่เชื่อ ... ผมก็เชื่อ ผมจะพยายามเพื่อความฝันของผมเหมือนกัน...” ใบหน้าที่มักแสดงความทะเล้นออกมาถูกแทบด้วยรอยยิ้มบางๆ “ผมเชียร์พี่อยู่นะ ... พี่ก็พยายามด้วยแล้วลาลีกาผมจะรีบหายแล้วไปคว้าแชมป์ลาลีกาด้วยกันอีก”

 

                “ทำไมนายถึงเชื่อมั่นฉันขนาดนั้นนะ” คนตัวเล็กหัวเราะเบาๆกับคำพูดของรุ่นน้องร่วมสโมสร

 

                “เพราะผมเชียร์พี่ไงคู่หู” คำตอบที่ดูไม่ควรจะเอามาเป็นคำตอบยิ่งเรียกเสียงหัวเราะจากคนข้างๆตัวได้เป็นอย่างดี เนย์มาร์ขยับยิ้มตามก่อนจะโถมตัวลงที่นอนโดยดึงคู่หูตัวเล็กลงไปด้วย

 

                “เฮ้ๆๆ คู่หู ถ้าจะนอนเดี๋ยวฉันไปนอนอีกเตียงก็ได้ ไม่ต้องไล่กันแบบนี้หรอก” เลโอพยายามจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ก็โดนแขนสีแทนนั่นล็อคเอาไว้โดยการกอดรอบเอวแน่น “ท่านี้ไม่ดีเท่าไรนะคู่หู ...” คนโดนกอดค่อยๆแงะแขนของคู่หูตัวเองออกแต่คนกอดก็ยังคงกอดแน่นเหมือนเดิม

 

                “อยู่แบบนี้ซักแปบนะคู่หู” โหมดเด็กขี้อ้อนถูกสับสวิชต์อีกครั้งหลังจากที่เลโอได้เห็นเมื่อตอนอยู่โรงพยาบาล กัปตันร่างเล็กเลยทำได้แค่นอนอยู่นิ่งๆให้หนุ่มผิวแทนตัวสูงนอนกอดแทนหมอนข้างไปจนกว่าจะพอใจ “คืนนี้พี่อยู่กับผมทั้งคืนนะ อย่าไปไหนจนกว่าจะเช้านะ ...”

 

                ...ท่าทางเหมือนเด็กแบบนั้นใครมันจะปฏิเสธลง...

 

                “นายกอดฉันไว้แบบนี้ฉันจะไปไหนได้ล่ะคู่หู” เหลือบตามองรุ่นน้องชาวบราซิเลียนที่เอาหน้าซุกกับผมของเขา ... ดูเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นไม่มีผิด ...

 

                หนุ่มผิวแทนยังคงกอดรุ่นพี่ตัวเล็กอยู่อย่างนั้น ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆอย่างไร้ความหมาย ตอนนี้เขาไม่ต้องการคำปลอบโยน ไม่ต้องการคำพูดอะไร ขอแค่อยู่แบบนี้อีกสักพักให้ความรู้สึกขุ่นมัวที่เกิดขึ้นอยู่นั้นหายไปเองอย่างช้าๆ ขอแค่อยู่แบบนี้อีกสักพักให้ทุกๆอย่างมันโอเค “คู่หู ...”

 

                “หืม ??” เลโอเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียกนั่นทำเอากัปตันร่างเล็กถึงกับชะงัก ริมฝีปากที่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนต์ทำให้เขาต้องก้มหน้าหลบ

 

                “ผมจูบพี่ไม่ได้หรอ ...” เสียงจากคนที่สูงกว่ามันฟังดูแผ่วและเบาคล้ายกับขนนก ไร้ที่ยึดเหนี่ยวและพร้อมที่จะปลิวหายไปได้ตลอดเวลา “คู่หู ...”

 

                “เฮ้ คู่หู ... ฉันไม่ว่าหรอกนะที่นายเลือกฉันเป็นที่พึ่งแทนที่จะเป็นแฟนสาวของนายและฉันจะไม่ถามด้วยว่าทำไมเพราะนายเป็นคู่หูของฉัน ...” คนอายุมากกว่าค่อยๆเรียบเรียงคำพูด เขารู้เด็กคนนี้กำลังแกว่ง เนย์มาร์กำลังหาใครสักคนที่เขาจะสามารถจับเอาไว้ได้และพยุงเขาขึ้นมา และคนที่เนย์มาร์เลือกตอนนี้ก็คือเขาซึ่งเป็นคู่หูร่วมสโมสร “นายไม่ควรเอาอารมณ์ของนายตอนนี้มาปนกับสิ่งที่นายกำลังคิดอยู่หรอกนะคู่หู”

 

                “แต่ ...” คนอายุน้อยกว่ากำลังจะอ้าปากเถียงแต่ก็โดนกัปตันชาวอาร์เจนไตน์พูดขัดก่อน

 

                “ถ้าฉันให้นายจูบฉันตอนนี้ ... มันจะไม่จบแค่นี้รึเปล่า มันจะมีมากกว่านี้คู่หู ฉันยอมรับเวลานายเป็นแบบนี้ฉันขัดใจนายไม่ได้เพราะงั้นฉันถึงไม่อยากให้มันเกิดขึ้น” คนตัวเล็กเงียบลงไปเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ฉันไม่อยากให้มันมารู้สึกผิดทีหลัง ทั้งต่อนาย ต่อฉัน ต่อคนรักของนาย ต่อลูกของนายและที่แน่ๆ ต่อคนรักและลูกของฉันด้วย”

 

                คนที่กำลังโดนสั่งสอนอยู่เงียบฟังทุกคำพูด ...เขารู้และเข้าใจทุกสิ่งที่รุ่นพี่ร่างเล็กคนนี้ต้องการจะสื่อ เขาเข้าใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่ความรัก แน่นอนสิ คนที่เขารักน่ะแฟนของเขาแน่นอนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ ... เขาต้องการแค่คนๆนี้ที่สุด ...

 

                “ผมรู้ ... แต่...”

 

                “ไม่มีแต่คู่หู ไม่เอาน่านี่ฉันก็อยู่กับนายจนถึงเช้าเลยนะ” รอยยิ้มเดิมๆที่มองกี่ครั้งก็ทำให้สงบลงได้เสมอยังคงอยู่บนใบหน้าของกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์

 

                “งั้น ... พี่จับมือผมไว้ได้ไหม ??” ไม่ต้องรอการอนุญาตเจ้าของมือสีแทนก็คว้ามือของกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ามาจับไว้แน่นแล้ว “อยู่แบบนี้จน ... ถึงเช้านะคู่หู ...”

 

                “ถ้าแบบนี้ล่ะก็โอเคคู่หู ...” คนตัวเล็กกว่ากระชับมือจับตอบ ขยับยิ้มขบขันเบาๆกับท่าทางขี้อ้อนของเด็กน้อยตัวสูงกว่าคนนี้ “แต่เช้าแล้วปลุกต้องตื่นนะ ...”

 

                “อือออ ผมจะ ... ตื่น ...” น้ำเสียงที่ฟังดูท่าทางว่าคนพูดใกล้จะหลับเต็มทีแล้วแต่แขนก็ยังไม่เลิกพาดกอดเอวเขาแถมมืออีกข้างก็ยังไม่ยอมปล่อยมือของเขาอยู่ดี ...จะนอนทั้งๆที่อยู่ในท่านี้น่ะนะ ??... เลโอไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรืออะไรดีแต่ก่อนที่จะคิดอะไรมากไปกว่านี้คนที่ดูเหมือนหลับไปแล้วจู่ๆก็พูดขึ้นมา “พรุ่งนี้พี่สู้ๆนะ ผมเชียร์พี่กับทีมอาร์เจนติน่าอยู่นะ ไม่ใช่เชียร์เพราะแค้นที่บราซิลแพ้แต่เชียร์เพราะมีพี่นะคู่หู ...”

 

                คนฟังถึงกับหลุดยิ้มขำออกมา “พวกเราจะพยายาม การชูถ้วยแชมป์ก็เป็นความฝันของพวกเราเหมือนกันจะทำให้เต็มที่ ... ขอบใจนะคู่หู ตอนนี้นอนเถอะพรุ่งนี้ฉันมีซ้อมเช้าด้วย”

 

                แขนสีแทนนั่นกระชับเอวคู่หูตัวเองดึงมาให้ใกล้แล้วซุกหน้ากับกลุ่มผมสีเข้มนั่น “อืออออ ... ฝันดีคู่หู” บอกเสียงอู้อี้ก่อนที่จะหลับไปทั้งๆที่ยังกอดคนตัวเล็กกว่าไม่ปล่อยส่วนคนโดนกอดในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ตัดสิใจนอนมันทั้งๆแบบนั้น

.

.

.

.

“ฝันดีเหมือนกันคู่หู ...”

 

 

**********************************************

นี่แม่งใช่คู่หูกันแน่หรอวะะะะะะ!!! /ล้มโต๊ะ/ อันนี้เขียนจากฟีลเพลงล้วนๆ

ขอบคุณที่เตี้ยมีสติพอไม่ตามใจเด็กจนเกินไป โฮกกกกก จริงๆแค่นี้ก็ตามใจจนเด็กมันจะเคยตัวแล้ว!

จริงๆอยากเขียนฟิคเนย์เมสซีแบบที่ ... เหมือนจะมีอะไรแต่ไม่มีอะไร ... มากกว่าที่จะเขียนออกมาเป็นแนวๆนี้

เพราะคู่นี้ไม่มีอะไรเลยอยากเขียนออกมาให้เรียลที่สุดแต่มันก็ ... โอเค ตายอีกจนได้ ฮืออออ

มโนเกินไปก็ทำลายความเรียลงี้ล่ะ Orzlll #คืนนี้เชียร์บอลครับ!! <3

 

 

 

 

 

[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Don’t cry n’ smile please

posted on 09 Jul 2014 00:24 by lukson-kun

[FanFic FIFA 2014 : Neymessi] Don’t cry n’ smile please

 

Paring: Neymar * Messi [Neymessi]

Note: แฟนฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นมาตามภาพวาดครับ แล้วก็อ่านไม่ผิด แฟนฟิคบอลโลกนี่ล่ะ แต่คู่นี้ก็ อืม ... ไม่มีให้เห็นในบอลโลกหรอก ฮะๆๆ แต่ในลีก ลาลีกา น่ะไม่แน่อาจได้เห็น ข้ามตอนกันนิดหน่อยเพราะตามภาพอื่นๆก็คงไม่มีอะไรมาก ก็แค่สเต็ปการแสดงความดีใจ กอดเอย อุ้มเอย ยีหัวเอย ฮะๆ ... คู่นี้เขาไม่มีอะไรจริงๆนะนี่เป็นแค่การจิ้น...

ปล. แฟนฟิคนี้เสริมเติมแต่งจินตนาการมโนเข้าไปนะครับ ลักษณะการพูดจาอาจไม่เหมือนกันเท่าไร แหม รัวสเปนรัวโปรตุเกสกันขนาดนั้นผมคงจะเข้าใจหรอกว่าปกติสองคนนี้เขาพูดกันแบบไหน Orzlll แต่ในความคิดพูดกันแบบนี้มันน่ารักดีน่ะ ฮะๆๆ

******************************************************************

 

“เนย์มาร์ได้บาดเจ็บ หมอบอกลงเล่นไม่ทันฟุตบอลโลกนัดที่เหลือ”

.
.
.
.
 

            ความรู้สึกแรกที่ได้ยินข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับรุ่นน้องร่วมสโมสรต่างดาว ลีโอเนล เมสซี กองหน้าที่พ่วงตำแหน่งกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ายอมรับเลยว่าเหมือนมีใครเตะบอลอัดใส่อกจนจุก ไม่ใช่จุกที่ต้องรู้ว่าจะเจอกับเนย์มาร์ในนัดชิงไม่ได้ตามที่เคยนัดกันไว้แบบเล่นๆ แต่จุกจากอาการเป็นห่วงกองหน้าตัวจี๊ดของบราซิลต่างหาก วินาทีนั้นเขาอยากจะทิ้งการฝึกซ้อมตรงไปที่โรงพยาบาลเพื่อไปดูอาการของคู่หูรุ่นน้องแต่ก็ทำไม่ได้ เขาเป็นกัปตันเขาทิ้งการซ้อมไม่ได้ ในวันที่เขาโดดซ้อมไปดูบราซิลเตะเขาก็โดนต่อว่าเข้าไปชุดใหญ่อย่างจังแถมโดนจับตาคุมเข้มจนเหมือนเด็กถูกกักบริเวณ

 

 

            กว่าจะได้เช็คข่าวจากอินเตอร์เน็ตก็ปาเข้าไปตอนเย็นจนเกือบค่ำแล้ว ยิ่งเปิดเช็คก็เจอแต่ข่าวที่ชวนสะเทือนใจเกี่ยวกับหัวหอกตัวจี๊ดของบราซิล ... เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับเขา ... ภาพประกอบที่แสดงให้เห็นว่านักเตะเบอร์ 10 ของบราซิลเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อถูกเปลหามออกจากสนามยิ่งทำให้กัปตันร่างเล็กกระวนกระวาย ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นเนย์มาร์บาดเจ็บ นักฟุตบอลทุกคนมีโอกาสบาดเจ็บได้เสมอแต่ครั้งนี้มันร้ายแรงเกินไปสำหรับเด็กหนุ่มอายุเพียงแค่ 22 ปี

 

 

            กองหน้าของทีมชาติอาร์เจนติน่ากดเข้าเพจเฟส โพสข้อความให้กำลังใจพร้อมรูปคู่ของตัวเองกับคู่หูผิวแทนในช่วงที่อยู่บาร์เซโลน่าแล้วแท็กเพจของเนย์มาร์ เขาหวังว่าเด็กคนนั้นน่าจะเปิดเจอถ้าหากได้เข้ามาดู แต่ความกระวนกระวายในใจก็ยังไม่ยอมหาย มันเหมือนเป็นหมอกขุ่นมัวชวนให้หงุดหงิดสุดท้ายพอทนไม่ได้กัปตันร่างเล็กก็เลือกหยิบโทรศัพท์ถามโรงพยาบาลที่เนย์มาร์พักอยู่จากเพื่อนร่วมสโมสรที่อยู่ทีมเดียวกับเนย์มาร์ จากนั้นหยิบเสื้อโค้ทมาใส่คลุมแล้วออกจากห้องพักไปเรียกแท็กซี่

 

 

            กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลก็ค่ำนิดๆแล้ว แต่แฟนบอลที่มาออกันอยู่หน้าโรงพยาบาลเพื่อให้กำลังใจนักเตะชาวบราซิเลียนก็ยังคงมีเยอะ นั่นสร้างความลำบากใจแก่เมสซีไม่น้อย มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะผ่านคนมากมายขนาดนั้นโดยที่ไม่ถูกสังเกตว่าเขาคือกองหน้าของทีมชาติอาร์เจนติน่า แต่หากให้รอจนคนเริ่มซาก็คงเข้าเยี่ยมไม่ได้แล้วสุดท้ายก็คิดว่าคงต้องกลับ

 

 

            “เอ่อ ... ขอโทษนะคะ คุณคือ ...” ประโยคที่ทักขึ้นมาทำเอากองงหน้าร่างเล็กสะดุ้งโหยง รีบหันหน้าเตรียมจะปฏิเสธแต่พอเห็นหน้าคนที่ทักว่าเป็นใครคำปฏิเสธก็ถูกกลืนลงคอแทบจะทันที “คุณ ... เมสซี ??”

 

 

            ชายหนุ่มร่างเล็กได้แต่พยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ ถ้าเขาจำไม่ผิดหญิงสาวที่ทักเขานี่เป็นแฟนสาวของเนย์มาร์ ... บรูน่า ... ไม่ใช่หรอ

 

 

            “มาเยี่ยมเนย์มาร์สินะคะ ?” หญิงสาวถามออกไปทั้งที่ก็น่าจะเดาได้ แฟนหนุ่มของเธอกับคนๆนี้เป็นคู่หูกันมาเยี่ยมกันก็คงไม่แปลก “มาสิคะ ฉันจะพาเข้าไปหาเนย์มาร์”

 

 

            แทบจะรู้สึกว่าเธอคนนี้คือนางฟ้ามาโปรด เมสซีเดินตามร่างของแฟนสาวของคู่หูของตนไปติดๆ เขาผ่านกลุ่มคนไปอย่างง่ายดายนับว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่แฟนบอลนั้นโฟกัสไปที่เนย์มาร์มากกว่าจะมาสนใจสิ่งรอบๆตัว บรูน่าเดินนำไปจนถึงห้องพักที่เนย์มาร์นั้นพักอยู่แล้วเธอก็เลือกจะขอตัวกลับ

 

 

            “เอ่อ คุณไม่อยู่กับเนย์มาร์หรอ ??” เขาเลือกถามออกไปด้วยความแปลกใจแต่เธอกลับส่ายหน้าปฏิเสธและให้เหตุผลว่า

 

 

            “ฉันไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเขาแล้วเขาก็บอกว่าอยากอยู่คนเดียวด้วย เมื่อกี๊ฉันกำลังจะเดินทางกลับแต่เห็นคุณซะก่อนเลยพามาส่งน่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ”

 

 

            เธอพูดจบก็หันหลังเดินกลับไปในทางที่พาเขาเดินมา ... อยากอยู่คนเดียว ... บางทีเขาอาจจะไม่ควรมารบกวนการพักผ่อนของรุ่นน้องคนนี้แต่ว่าไหนๆก็มาถึงหน้าห้องพักแล้วเข้าไปดูอาการสักหน่อยคงไม่เป็นไร ... แต่ถ้าคู่หูหลับอยู่ล่ะ ...

 

 

            คลิ๊ก !

 

 

            รู้ตัวอีกทีมือเจ้ากรรมก็ดันบิดลูกบิดเปิดประตูไปเรียบร้อยแล้ว โอเค เขายอมรับเขาอยากเข้าไปดูอาการของรุ่นน้องที่สนิทด้วยมาก เอาล่ะ ขอรบกวนหน่อยก็แล้วกัน ... มือที่บิดลูกบิดออกแรงดันให้ประตูเปิดออก ภายในห้องพักนั้นมืดแต่ยังไม่สนิทเพราะแสงไฟจากด้านนอกและแสงจากโคมไฟที่โต๊ะข้างๆโซฟา ชายหนุ่มชาวอาร์เจนไตน์ค่อยๆปิดประตูแล้วเดินช้าๆมาที่เตียงคนไข้ที่มีคู่หูร่วมสโมสรของเขานอนหลับอยู่

 

 

            ใบหน้าที่ปกติเขามักจะเห็นว่ายิ้มทะเล้นตอนนี้ดูหมองและเศร้าไปถนัดตา ขอบตายังมีรอยแดงๆที่เขามั่นใจว่าคงช้ำเพราะร้องไห้อย่างหนักมาแน่นอน ยิ่งเห็นสภาพของรุ่นน้องที่สนิทด้วยเขายิ่งรู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก ความฝันของนักฟุตบอลคือการได้เตะในบอลโลกจนถึงรอบสุดท้าย ทันทีที่ความฝันถูกดับลงมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะร้องไห้อย่างหนัก เมสซีเอื้อมมือไปลูบผมคนที่นอนอยู่เบาๆ แค่อยากปลอบใจไม่ได้ต้องการที่จะรบกวนการพักผ่อน

 

 

            “ไม่คิดว่าพี่จะมาเยี่ยม ...” คนที่น่าจะหลับอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ ดวงตาที่มักเป็นกระกายซุกซนนั่นฉายแววเศร้าสร้อยจนเห็นได้ชัดเจน “พี่ผ่านกลุ่มแฟนบอลมาได้ยังไง ??”

 

 

            “พวกเขาเป็นห่วงนายจนไม่ได้สนใจฉันน่ะสิคู่หู ... อีกอย่างแฟนนายเป็นคนพาฉันมาน่ะ” รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งมาให้ มันช่วยเยียวยาจิตใจที่กำลังเศร้าของกองหน้าชาวบราซิเลียนได้เป็นอย่างดีแต่ในเวลาเดียวกันมันก็ช่างตอกย้ำในคำสัญญาที่เป็นไปไม่ได้เช่นกัน “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคู่หู โชคดีที่นายไม่เป็นอะไรมากนะ”

 

 

            “พี่ ... มาใกล้ๆเตียงกว่านี้หน่อยสิ” แขนสีแทนขยับมาดึงชายเสื้อของเมสซี ออกแรงดึงเบาๆให้เจ้าของเสื้อขยับเข้ามาใกล้ซึ่งกัปตันชาวอาร์เจนไตน์ก็ยอมขยับเข้าใกล้แต่โดยดี เนย์มาร์ค่อยๆใช้ศอกดันตัวเองขยับขึ้นมาในสภาพกึ่งนอนกึ่งนั่งอย่างยากลำบาก

 

 

            “เฮ้ๆ คู่หู นายไม่ควรขยับตอนนี้นะ เดี๋ยวอาการจะหนักกว่าเก่าจะแย่” กองหน้าร่างเล็กรีบประคองร่างของหนุ่มแดนกาแฟที่พยายามจะฝืนดันตัวเองให้นั่งพร้อมกับดุเบาๆ คนโดนดุได้แต่แค่นยิ้มหม่นส่งให้แล้วปรับที่กั้นเตียงลง

 

 

            “งั้นพี่ ... นั่งตรงนี้ได้ไหม ??” มือหนาตบเบาๆตรงพื้นที่ว่างบนเตียงผู้ป่วยซึ่งเอาจริงๆมันไม่ได้กว้างอะไรเลย “นะ ... คู่หู” แต่พอเจอหน้าหงอยๆเหมือนเด็กที่กำลังจะร้องไห้ก็ทำเอาปฏิเสธไม่ลง

 

 

            ...เมสซียอมรับเลย เนย์มาร์เป็นผู้ชายที่เวลาร้องไห้นั้นช่างดูน่าสงสารมาก เขาจะแสดงความเจ็บปวดออกมาทั้งสีหน้าและแววตา น้ำตาของคนๆนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ใครต่อใครปฏิเสธคำขอร้องของเขาไม่ลงเพียงแค่มันเอ่อออกมาจากตาคู่นั้น...

 

 

            “มันจะไม่เบียดนายนะคู่หู ...” แม้เขาจะตัวเล็กแต่เขาไม่ได้ผอม ... แน่นอน หุ่นเขามันนักกีฬาชัดๆจะให้นั่งเบียดบนเตียงก็ใช่ว่าอยู่ น่ากลัวว่าจะไปกระทบกระเทือนแล้วทำให้รุ่นน้องคนนี้อาการหนักเข้าไปอีกน่ะสิไม่ว่า

 

 

            “ไม่หรอก มีที่อีกเยอะนะพี่ ...” เมสซีไม่แน่ใจคำว่าที่อีกเยอะสำหรับเนย์มาร์เท่าไรนักแต่สุดท้ายก็ยอมนั่งตรงขอบเตียงผู้ป่วย “เห็นไหมผมบอกแล้วว่าไม่เบียด” เสียงหัวเราะที่ได้ยินเมสซีมั่นใจเลยว่ามันเป็นการฝืนหัวเราะออกมาแน่นอนแต่เขาก็ทำได้แค่ยิ้มรับแล้วพยักหน้าเบาๆ

 

 

            ความเงียบเกินขึ้นทันทีเมื่อคนป่วยข้างๆตัวไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรต่อ มันกินเวลาไปหลายนาทีจนเป็นชายหนุ่มร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์เองที่เปิดประเด็นพูด “นาย ... โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากนะคู่หู ...”

 

 

            “อืม ... โชคดีแต่ก็ ...ไม่ใช่ดีที่สุด ความฝันของผม คำสัญญาระหว่างผมกับพี่ ...” ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักนั้นคลอหน่วงด้วยน้ำตาอีกครั้ง ... เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของรุ่นน้องคนนี้เลยจริงๆ ...

 

 

            เมสซีค่อยๆดันหัวของรุ่นน้องที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างๆมาซบตัวเองพร้อมกอดและลูบผมที่ย้อมสีบลอนด์นั่นแผ่วเบา อาจเพราะการกระทำของเมสซีหรือเพราะความอบอุ่นจากคนที่กอดทำนบความเศร้าสุดท้ายที่พยายามฝืนไว้ก็แตกสลายออกมาอีกครั้งพร้อมน้ำตา ร่างทั้งร่างที่สั่นสะอื้นฮั่กๆราวกับเป็นเด็กน้อยนั่นทำให้คนปลอบยิ่งรู้สึกเจ็บปวดไม่แตกต่างกัน

 

 

            “พี่ครับผมขอโทษ ... ผมผิดนัดพี่ ผมลงแข่งกับพี่ไม่ได้ คู่หู ... ผมขอโทษ ... ผมเจ็บ ... เจ็บมากๆเลย” เสียงพูดปนสะอื้นเรียกน้ำตาให้คลอหน่วงที่ขอบตาของคนปลอบแต่เขาต้องฝืนมันไว้ เด็กน้อยในอ้อมกอดเอาแต่พร่ำพูดคำว่า ขอโทษ กับคำว่า เจ็บ อยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา

 

 

            “ไม่เป็นไรคู่หู นายจะโอเค ไม่เป็นไร หายไวๆนะคู่หู ... ฉันอยู่ตรงนี้” คำพูดปลอบโยนและสัมผัสที่แผ่วเบาที่ลูบผมสั้นๆนั้นยิ่งเรียกเสียงสะอื้นให้ดังขึ้นกว่าเก่า “นายจะโอเค ... ฉันอยู่ตรงนี้...” ท่าทางของเนย์มาร์ที่แสดงออกมาให้เขาได้เห็นในตอนนี้ทำให้เขามั่นใจว่าบางเรื่องก็เกินกว่าที่เด็กอายุเพียง 22 นั้นจะรับไหว โดยเฉพาะการโดนดับความฝันที่เป็นเหมือนฝันสูงสุด และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากกอดปลอบคนๆนี้เท่านั้น

 

 

            เป็นเวลาเกือบชั่วโมงที่กัปตันร่างเล็กกอดรุ่นน้องร่างสูงเอาไว้จนมั่นใจว่าเนย์มาร์นั้นหยุดร้องไห้แล้วแต่รุ่นน้องผิวแทนก็ยังคงซุกหน้าของตัวเองอยู่ที่อกของเมสซีอยู่เหมือนเดิม

 

 

            “อกของพี่อุ่น ... กอดของพี่ก็ด้วย ... เหมือนกำลังโดนพ่อกอดเลย...”

 

 

            “ฉันจำได้ว่าตอนอายุห้าขวบฉันยังเพิ่งจะรู้จักอันโตเนลล่าเองนะ จะมีลูกได้ยังไง” คนโดนบอกว่าเป็นคุณพ่อถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆเรียกเสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากรุ่นน้องตัวสูงด้วยเช่นกัน

 

 

            ... เนย์มาร์รู้เรื่องของเมสซี แม้จะไม่รู้ดีแต่ก็รู้อยู่บ้างว่าเมสซีเป็นคนที่รักครอบครัวมากแค่ไหน รุ่นพี่คนนี้รักแฟนสาวของตัวเองมากแล้วก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นความรักที่ดูน่าอิจฉาสำหรับหลายๆคน แต่แน่นอน เขาก็รักแฟนสาวของเขาเหมือนกัน

 

 

            ... แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรุ่นพี่ตัวเล็กๆคนนี้ล่ะ... ??


            มันก็แน่นอนว่าเป็นคู่หูร่วมสโมสร เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เป็นครูเป็นนักเรียน เป็นเพื่อนร่วมทีม เป็นคู่แข่ง เป็นคนสำคัญ เป็นทุกอย่างที่ไม่ใช่คนรักกัน ... มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะเขาก็มีคนรัก เมสซีก็เหมือนกันและพวกเขาก็รักแฟนสาวของพวกเขามากด้วยแถมพวกเขามีลูกชายตัวน้อยกันแล้วด้วย อีกประเด็นคือพวกเขาเป็นผู้ชาย คำว่ารักที่เอนไปทางเรื่องชู้สาวนั่นตัดไปได้เลย ...

 

 

            มากที่สุดคงได้แค่คำว่า ...ชอบ... ซะมากกว่า ชอบสไตล์การเล่น ชอบรอยยิ้ม ชอบในความเป็นตัวตน ... ชอบและชื่นชม...

 

 

            “ถึงผมจะลงนัดต่อไปไม่ได้แล้วแต่อาร์เจนติน่าก็ยังต้องไปเจอบราซิลนัดชิงฯนะพี่” หนุ่มบราซิเลียนผิวแทนค่อยๆขยับตัวเปลี่ยนมานอนดีๆเหมือนเดิม “แล้วก็ยกชัยชนะให้กับบราซิลนะ”

 

 

            “ไม่มีวันหรอกคู่หู แชมป์ต้องเป็นของอาร์เจนติน่าสิ” เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นมาแทนเสียงสะอื้นที่ดังร่วมเกือบชั่วโมง เมสซียอมรับว่าเขารู้สึกดีกว่าที่ได้เห็นรอยยิ้มซนๆบนใบหน้าของรุ่นน้องคนนี้ แม้มันจะไม่ใช่รอยยิ้มกว้างๆแบบเดิมแต่ก็ดีกว่าใบหน้าตอนร้องไห้เป็นไหนๆ

 

 

            “พี่จะกลับที่พักเลยรึเปล่า ??” จู่ๆคำถามก็โดนยิงมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอากองหน้าร่างเล็กของอาร์เจนติน่าต้องขมวดคิ้วมุ่น “พรุ่งนี้พี่มีแข่งกับเบลเยี่ยมไม่ใช่หรอ ผมก็ต้องกลับไปรักษาตัวที่บ้านพรุ่งนี้เหมือนกัน”

 

 

            เมสซีพยักหน้ารับเบาๆแล้วส่งยิ้มให้คนบนเตียงผู้ป่วย “ฉันจะอยู่จนกว่านายจะหลับแล้วกันคู่หู” คำตอบนั้นดูจะเรียกรอยยิ้มกว้างๆให้แสดงออกมาบนหน้าของคนเจ็บได้เป็นอย่างดี “ถ้าไม่อยากให้ฉันหมดแรงเพราะนอนน้อยก็รีบๆหลับซะล่ะ”

 

 

            “อืมมมม ... ผมจะรีบหลับพี่จะได้มีเวลาพักผ่อน...” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่มือคนป่วยก็ดันคว้าชายเสื้อของคนตัวเล็กกว่ามากำไว้แน่น ซุกหน้าเข้ากับชายเสื้อสีอ่อนราวกับเด็กน้อยไม่มีผิด ท่าทางนั้นดูจะเรียกรอยยิ้มขบขันจากเจ้าของเสื้อได้ไม่น้อย

 

 

            ...เหมือนเด็ก... ใช่ นี่คือสิ่งที่เมสซีคิดอยู่ตอนนี้ แม้ปกติเนย์มาร์จะทำตัวเหมือนเด็กผู้ชายซุกซน มุทะลุ ใจร้อนตามวัยแต่สิ่งที่เห็นตอนนี้กลับไม่ใช่ นี่มันเด็กขี้อ้อนชัดๆเลย...

 

 

            “หลับแล้ว ...” เด็กหนุ่มตรงหน้าดูจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว มือที่กำชายเสื้อของเขาอยู่ก็คลายออกแล้วเช่นกัน ถ้าอย่างนั้นก็คงถึงเวลากลับของเขาแล้วเพราะพรุ่งนี้เขาต้องตื่นมาเตรียมตัวแต่เช้าเหมือนกัน “ยินดีด้วยนะคู่หูที่บราซิลเข้ารอบรองแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะส่งข่าวดีไปให้นาย ไว้เจอกัน ... ฝันดีนะคู่หู”

 

 

 

 

 

            ในตอนเช้าของวันถัดมาเนย์มาร์ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เขามาบอกลาเพื่อนๆในสนามฝึกซ้อมเพื่อที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับเซา เปาลูเพื่อไปพักฝื้นที่บ้าน มันทำให้เขารู้สึกเศร้าที่จะไม่ลงแข่งในนัดที่เหลือแต่เขาก็มั่นใจว่าเพื่อนๆในทีมนั้นชนะได้อย่างแน่นอน

 

 

            ... วันนี้คู่หูลงสนามสินะ เสียดายที่ไม่ได้ไปดู ...


            เป็นความรู้สึกที่ชวนหม่นหมองอยู่ไม่น้อยแต่กองหน้าชาวบราซิเลียนก็ยังคงต้องยิ้มเอาไว้เพื่อที่จะไม่ทำให้คนอื่นๆนั้นรู้สึกแย่ไปด้วย เขาอัดวีดีโอพูดถึงความฝันและพูดขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกๆคนอัพลงยูทูปก่อนกลับเซา เปาลู

 

 

 

 

            ... คู่หูคงกลับเซา เปาลูไปแล้ว... 


            ความคิดนี้ดันเผลอแวบเข้ามาในหัวขณะที่เมสซีกำลังไล่ตามลูบบอลอยู่กลางสนาม เขาเกือบจะเสียบอลให้คู่แข่งฝ่ายเบลเยี่ยมไปแล้วโชคดีที่เขาเลี้ยงหลบได้เสียก่อน เขาจะมาแพ้ในนัดนี้ไม่ได้ สัญญายังคงต้องเป็นสัญญา เขาจะต้องไปสู่รอบชิงฯ เมสซีเลือกส่งให้ดิ มาเรียเพื่อนร่วมทีมก่อนที่มิดฟิลล์ชาวอาร์เจนไตน์จะจ่ายบอลให้อิกวาอินที่อยู่ใกล้ประตูยิงบอลเข้าประตูฝ่ายเบลเยี่ยมไปเรียบร้อย

 

 

            จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่อาร์เจนติน่านำอยู่หนึ่งลูก ทั้งสองทีมต่างเดินเข้าห้องแต่งตัวของทีมตัวเองฟังการประชุมเล็กๆแล้วนั่งพัก กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์หยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองออกมาเช็คข่าวคราวของรุ่นน้องร่วมสโมสร ข่าวที่เขาเจอไม่ใช่ข่าวร้ายแต่ก็ไม่ใช่ข่าวดีในทีเดียว เขาเห็นข่าวที่รุ่นน้องผิวแทนอัพวีดีโอจึงหยิบหูฟังใส่กดเข้าไปดู

 

 

            “...ความฝันของผมมันยังไม่จบ มันแค่สะดุดเท่านั้น ผมเชื่อว่าบราซิลจะคว้าแชมป์ได้แม้จะไม่มีผม...”


            ทั้งรู้สึกดีทั้งเศร้าไปพร้อมๆกัน ... รู้สึกดีที่รุ่นน้องคนนี้อย่างน้อยก็มีกำลังใจมากพอที่จะรักษาตัวแต่ก็เศร้าที่เขาจะไม่ได้ดวลแข้งกัน แต่นี่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้เขาไม่สามารถพาอาร์เจนติน่าไปถึงรอบชิงฯได้กลับกันมันเหมือนเป็นกำลังใจมากกว่า บราซิลก็ต้องพยายามพวกเขาก็เช่นกัน ...

 

 

            หมดเวลาพักการแข่งขันครึ่งหลังเริ่มขึ้นทั้งสองฝ่ายพยายามทั้งป้องกันประตูตนเองและทำประตูฝ่ายตรงข้ามให้ได้อย่างสุดความสามารถ มีหลายครั้งที่เกือบเสียทีอีกฝ่ายแต่สุดท้ายก็ถูกเซฟไว้ได้อยู่ดีสุดท้ายก็หมดเวลาที่ครึ่งหลังไม่มีใครสามารถทำประตูได้และอาร์เจนติน่าก็ชนะไปด้วยสกอร์ 1-0

 

 

            เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังขึ้นจากอัฒจันทร์ที่มีแฟนบอลชาวอาร์เจนไตน์นั่งกันอยู่ นักบอลทั้งตัวจริงและตัวสำรองต่างชูไม้ชูมือแสดงความยินดีกับชัยชนะอีกครั้งของทีมชาติอาร์เจนติน่า บ้างก็เข้าไปพูดคุยและปลอบนนักเตะฝ่ายตรงข้ามซึ่งแสดงความยินดีกลับมาเช่นกัน

 

 

 

 

 

            คนป่วยถึงกับนอนเปื่อยอยู่บนเตียงเพราะยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ตั้งแต่เขาตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองมาถึงบ้านสิ่งที่ทำได้ก็มีแต่นอนเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองกับเปิดทีวีเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆเท่านั้น เขามาไม่ทันดูการแข่งของอาร์เจนติน่าด้วยซ้ำเพราะดันหลับยาวตื่นมาอีกทีการแข่งขันก็จบไปแล้วแบบสดๆร้อนๆ มันน่าเสียดายแบบสุดๆไปเลย

 

 

            ติ๊ง!


            หนุ่มผิวแทนรีบคว้ามือถือของตัวเองขึ้นมาดูทันทีที่เสียงแจ้งเตือนของไลน์ดังขึ้น ชื่อที่อยู่บนแจ้งเตือนทำเอาเขาถึงกับยิ้มจนเห็นเขี้ยว

 

 

            Leo : คู่หู ฉันวีดีโอคอลหานายนะ


            Neymarjr : ได้สิคู่หู


            พิมพ์ตอบแทนจะทันทีและกดรับสายทันทีเช่นกัน หน้าจอมือถือของเขามืดไปซักพักก่อนจะโชว์ภาพหน้าของรุ่นพี่ตัวเล็กที่ยังคงอยู่ในเสื้อฟุตบอลของทีมอาร์เจนติน่าอยู่ รอยยิ้มตามแบบฉบับของเจ้าตัวฉายอยู่บนใบหน้าทำเอาคนมองอดยิ้มตามไม่ได้

 

 

            << อาร์เจนติน่าเข้ารอบสี่ทีมสุดท้ายแล้วนะคู่หู ... พักเยอะๆ นัดชิงมานั่งที่ม้านั่งตัวสำรองให้ได้ล่ะ>> คนตัวเล็กแจ้งข่าวดีแทนคำทักทายด้วยซ้ำ ใบหน้าขาวๆนั่นมีเลือดฝาดจนทำให้หน้านั้นแดงน้อยๆเพราะการวิ่งตามลูกบอลถึง 90 นาทีเต็ม แถมผมสีน้ำตาลเข้มนั่นก็ยุ่งจนไม่เป็นทรงด้วย

 

 

            “เยี่ยมเลยคู่หู สัญญาไม่ได้นะแต่จะพยายาม ...” รอยยิ้มทะเล้นยิ้มส่งให้คนที่อยู่กรุงบราซีเลีย “อ้อ! คู่หู ... ผมมีอะไรจะให้ดู ... แปบนะ” เนย์มาร์วางมือถือไว้ข้างตัวก่อนจะเอื้อมหยิบปากกามาเขียนประโยคหนึ่งประโยคที่นิ้วชี้และนิ้วกลางก่อนจะใช้มืออีกข้างหยิบมือถือขึ้นมาเหมือนเดิม “คู่หู ...” หนุ่มบราซิเลียนเรียกคนที่อยู่อีกฝั่งเล็กน้อยก่อนจะชูสองนิ้วที่เขียนคำว่า *Eu estou com saudade! เอาไว้

 

 

            คนที่อยู่อีกฝั่งของมือถือส่งเสียงหัวเราะเบาๆแล้ววางมือถือลงตรงที่เนย์มาร์คิดว่าน่าจะเป็นม้านั่งตัวสำรอง ... นี่คู่หูยังไม่ออกจากสนามเลยงั้นหรอเนี้ย ... อดแปลกใจไม่ได้แต่ก็อดยิ้มนิดๆไม่ได้เหมือนกัน ซักพักคนที่หายไปก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเดิม

 

 

            <<เฮ้! คู่หู ...>> เสียงเรียกดังมาจากลำโพงพร้อมกับภาพของคู่หูตัวเล็กที่ชูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ที่เขียนคำว่า *Te extraño เอาไว้

 

 

            “นิ้วก้อยหายไปไหนล่ะพี่ มันไม่ครบนะ” ดูเหมือนคนเจ็บท่าทางจะอาการดีขึ้นมากพอที่จะกล้ามาแหย่เล่นขนาดนี้ ในเมื่อโดนแหย่มีหรอที่คนโดนแหย่จะไม่แหย่คืน

 

 

            <<นิ้วก้อยเก็บไว้ตอนแข่งจบไงคู่หู บราซิลชนะให้ได้ก่อนแล้วจะชูให้ครบสามนิ้วเลย>> คนโดนสวนกลับทำตาโตแล้วหัวเราะร่วนราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของที่ถูกใจ

 

 

            “ผมจะโดนแฟนพี่หึงมั๊ยเนี้ย...” โดนเล่นกลับขนาดนี้ก็ทำเอาไปไม่ถูกเหมือนกัน คนนอนเดี้ยงบนเตียงเลยได้แต่ยิ้มแก้เขิน(?)ส่งให้

 

 

            <<ฉันก็กลัวจะโดนแฟนนายหึงเหมือนกันนั่นล่ะคู่หู ... อ่ะ เดี๋ยวกลับเข้าห้องแต่งตัวแล้วนะแค่นี้ก่อนนะคู่หู>>

 

 

            “ให้ผมดูพี่ ... ล้อเล่นน่าคู่หู” แทบจะกลับคำพูดไม่ทันเมื่อเจอสายตาติดดุจากคนอีกฝั่ง เมสซียกมือชี้หน้าคนป่วยผ่านโทรศัพท์แล้วอมยิ้มขำๆก่อนกดวางสายไป กองหน้าเบอร์ 10 ของทีมชาติบราซิลทิ้งโทรศัพท์ลงข้างตัวแล้วนอนหัวเราะอยู่คนเดียว

 

 

 

 

นอกจากมีถ้วยแชมป์แล้วเขายังจะได้เห็นคนตัวเล็กนั่นชูสามนิ้วให้เห็นด้วยสิ ยิ่งแพ้ไม่ได้ล่ะบราซิล 

 

***********************************************

ภาพประกอบสองช็อต ...

 

หนึ่งดราม่า หนึ่งมุ้งมิ้ง อืม ... ////////////////

ได้แค่ลุ้นว่าน้อยเนย์จะได้เห็นสามนิ้วโป้ง ชี้ ก้อย ของพี่เมสมั๊ย ... บราซิลต้องชนะเท่านั้นถึงจะได้เห็น

เฮ้ย ... คู่นี้เอาเป็นแค่คู่หูกันนะจริงๆ /ซับ/ #แต่ไอ้สนจิ้นไปไกลแล้วสงสัยท่องงานมโนหนักไปหน่อย

มีเมียมีลูกกันหมดแล้วแหม ... #แต่แม่งออกนอกหน้ากันจริงๆแม้จะไม่เท่าฟิคก็เถอะโฮกกกกก

คืนนี้เชียร์ครับ ... บราซิลเต็มที่นะ โฮวววว ;;{ };;

 

ปล. Eu estou com saudade! (เอ็ว-เอสโตะ-คอง-เซาดาจิ) ภาษาโปรตุเกสครับแปลว่า ผมคิดถึงคุณ ...
Te extraño (เตเอ็กซ์ตราโญ่) ภาษาสเปน แปลว่า ผมคิดถึงคุณ ... เช่นกันครับ